อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

ฉบับ มจร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๒๒ · ๖๔๔ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๘ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๑๔ เสขพลวรรคที่ ๑ วรรคแรกของปัญจกนิบาต ว่าด้วยเสขพละ ๕ ประการ คือ สัทธาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ วิริยพละ และปัญญาพละ อันเป็นกำลังของพระเสขะ มี ๑๐ สูตร เริ่มจากสังขิตตสูตรและวิตถตสูตรที่แสดงโดยย่อและพิสดาร ทุกขสูตร ยถาภตสูตร และสิกขาสูตรว่าด้วยผลดีผลเสียของการมีหรือไม่มีธรรมเหล่านี้ รวมถึงสมาปัตติสูตร กามสูตร จวนสูตร และอคารวสูตร ๒ สูตรว่าด้วยความเคารพในพระศาสนา
  2. หน้า ๑๕–๒๓ พลวรรคที่ ๒ วรรคที่ ๒ ว่าด้วยพละ ๕ ประการ คือ สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ และปัญญาพละ อันเป็นกำลังของพระอริยสาวกและตถาคต มีอนนุสสุตสูตรว่าด้วยกำลังของตถาคตที่ทำให้บันลือสีหนาท กูฏสูตรและปุนกูฏสูตรเปรียบปัญญาพละดุจยอดเรือน ทัฏฐัพพสูตรชี้ที่ตั้งของพละแต่ละอย่าง และหิตสูตร ๔ สูตรว่าด้วยภิกษุผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลตนและผู้อื่น
  3. หน้า ๒๔–๔๔ ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ วรรคที่ ๓ ว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ เริ่มจากอคารวสูตร ๒ สูตรแสดงลำดับธรรมตั้งแต่ความเคารพจนถึงสัมมาสมาธิ อุปกิเลสสูตรเปรียบความเศร้าหมองแห่งจิตกับสนิมทอง ทุสสีลสูตรและอนุคคหิตสูตรว่าด้วยศีลกับวิมุตติ วิมุตตายตนสูตรว่าด้วยเหตุแห่งวิมุตติ ๕ ประการ และปัญจังคิกสูตรอันมีชื่อเสียง ว่าด้วยฌาน ๔ กับอุปมาอันวิจิตร ปิดท้ายด้วยจังกมสูตรและนาคิตสูตร
  4. หน้า ๔๕–๖๓ สุมนวรรคที่ ๔ วรรคที่ ๔ ว่าด้วยสุมนาราชกุมารีและเรื่องทาน เริ่มจากสุมนสูตรและจุนทีสูตรว่าด้วยผลต่างของทายกกับผู้ไม่ให้ทาน และความเลื่อมใสในสิ่งที่เลิศ อุคคหสูตรทรงสอนกุมารีเรื่องหน้าที่ภรรยา สีหเสนาปติสูตรและทานานิสังสสูตรว่าด้วยอานิสงส์ทานที่เห็นได้เอง กาลทานสูตร โภชนทานสูตร สัทธสูตร ปุตตสูตรว่าด้วยเหตุที่พึงปรารถนาบุตร และมหาสาลปุตตสูตรปิดท้ายวรรคพร้อมสรุปรายชื่อพระสูตรในวรรค
  5. หน้า ๖๔–๘๘ ๕. มุณฑราชวรรค รวม ๑๐ สูตร เริ่มจากอาทิยสูตร (ประโยชน์จากโภคทรัพย์ ๕ ประการ) สัปปุริสสูตร อิฏฐสูตร (ธรรมที่น่าปรารถนาหาได้ยาก ๕: อายุ วรรณะ สุข ยศ สวรรค์) มนาปทายีสูตร (อุคคคหบดีถวายของรัก ๖ อย่างแด่พระพุทธเจ้า) ปุญญาภิสันทสูตร สัมปทาสูตร ธนสูตร (ทรัพย์ภายใน ๕) ฐานสูตร โกสลสูตร และนารทสูตร (พระนารทะแสดงธรรมแก่พระเจ้ามุณฑะผู้โศกเศร้า) จบวรรคที่ ๕ ซึ่งเป็นการจบปฐมปัณณาสก์ด้วย
  6. หน้า ๘๙–๑๐๙ ทุติยปัณณาสก์ ๑. นีวรณวรรค เปิดทุติยปัณณาสก์ด้วยอาวรณสูตร (นิวรณ์ ๕ ทอนกำลังปัญญา) อกุสลราสิสูตร ปธานิยังคสูตร สมยสูตร (สมัยที่ควร/ไม่ควรบำเพ็ญเพียร) มาตาปุตตสูตร (เรื่องภิกษุ-ภิกษุณีที่เป็นแม่ลูกเสพเมถุนธรรม สอนว่ามาตุคามเป็นบ่วงแห่งมาร) อุปัชฌายสูตร (ภิกษุบรรลุอรหัตต์) ฐานสูตร (ฐานะ ๕ ที่ควรพิจารณาเนืองๆ) ลิจฉวิกุมารกสูตร และวุฑฒปัพพชิตสูตรสองสูตร (ภิกษุบวชเมื่อแก่) จบวรรคที่ ๑
  7. หน้า ๑๑๐–๑๑๘ ๒. สัญญาวรรค กล่าวถึงสัญญา ๕ ประการที่เจริญแล้วมีผลมาก (ปฐม-ทุติยสัญญาสูตร) ธรรมเป็นเหตุเจริญ ๕ ประการสำหรับอริยสาวกและอริยสาวิกา (ปฐม-ทุติยวัฑฒิสูตร) คุณสมบัติภิกษุที่ควรสนทนาด้วยและควรแก่สาชีพ (สากัจฉสูตร สาชีวสูตร) อิทธิบาท ๔ กับความเพียร รวมเรื่องพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้ (ปฐม-ทุติยอิทธิปาทสูตร) และธรรมที่นำสู่ความเบื่อหน่ายและสิ้นอาสวะ (นิพพิทาสูตร อาสวักขยสูตร)
  8. หน้า ๑๑๙–๑๔๘ ๓. โยธาชีววรรค เปิดด้วยธรรม ๕ ประการอันมีเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติเป็นผล พร้อมอุปมาภิกษุผู้หลุดพ้นว่าเป็นผู้ถอนลิ่มสลัก รื้อเครื่องแวดล้อม ปลดธงลงได้ (เจโตวิมุตติผลสูตรทั้งสอง) ธรรมของผู้อยู่ด้วยธรรมอย่างแท้จริง (ธัมมวิหารีสูตรทั้งสอง) อุปมานักรบอาชีพ ๕ จำพวกเทียบกับภิกษุที่เผชิญสิ่งยั่วยวนจากมาตุคาม พร้อมอุปมากามคุณ ๑๐ ประการ (โยธาชีวสูตรทั้งสอง) และภัยในอนาคต ๔ สูตรว่าด้วยเหตุแห่งความเสื่อมของพระศาสนา
  9. หน้า ๑๔๙–๑๖๒ ๔. เถรวรรค ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุผู้เถระที่ทำให้เป็นที่รักหรือไม่เป็นที่รักของเพื่อนพรหมจารี เช่น มีราคะ โทสะ โมหะ (รชนียสูตร วีตราคสูตร) หลอกลวง (กุหกสูตร) ไม่มีศรัทธา (อัสสัทธสูตร) ไม่อดทน (อักขมสูตร) และคุณสมบัติดี เช่น ปฏิสัมภิทา ๔ ศีล พหูสูต (ปฏิสัมภิทาปัตตสูตร สีลวันตสูตร) พระเถระที่มีสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐินำหมู่คนตาม (เถรสูตร) และธรรมเสื่อม-ไม่เสื่อมของพระเสขะ (ปฐม-ทุติยเสขสูตร)
  10. หน้า ๑๖๓–๑๗๔ ๕. กกุธวรรค (จบทุติยปัณณาสก์) ว่าด้วยสัมปทา ๕ ประการสองชุด (ปฐม-ทุติยสัมปทาสูตร) การพยากรณ์อรหัตตผลที่ถูกและผิด (พยากรณสูตร) ธรรมเป็นเครื่องอยู่ผาสุก (ผาสุวิหารสูตร) เงื่อนไขบรรลุอกุปปธรรมด้วยอานาปานสติ (อกุปปสูตร สุตธรสูตร กถาสูตร อารัญญกสูตร) อุปมาราชสีห์กับสีหนาทของพระพุทธเจ้าที่แสดงธรรมโดยเคารพแก่ทุกชนชั้น (สีหสูตร) และเรื่องกกุธเทพบุตรแจ้งข่าวพระเทวทัตแก่พระมหาโมคคัลลานะ พร้อมคำสอนเรื่องศาสดาเทียม ๕ จำพวก (กกุธเถรสูตร) ปิดท้ายทุติยปัณณาสก์
  11. หน้า ๑๗๕–๑๘๘ ตติยปัณณาสก์ ๑. ผาสุวิหารวรรค วรรคว่าด้วยธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข ประกอบด้วยสารัชชสูตร (๕ ธรรมสร้างความกล้าหาญของภิกษุเสขะ) อุสสังกิตสูตร มหาโจรสูตร (อุปมามหาโจรกับภิกษุชั่ว) สมณสุขุมาลสูตร (พระพุทธเจ้าทรงเป็นสมณะผู้ละเอียดอ่อนที่สุด) ผาสุวิหารสูตร อานันทสูตร (พระอานนท์ทูลถามเหตุอยู่ผาสุกในสงฆ์) สีลสูตร อเสขสูตร จาตุททิสสูตร และอรัญญสูตร (คุณสมบัติภิกษุผู้ควรอยู่ป่า)
  12. หน้า ๑๘๙–๒๐๐ ๒. อันธกวินทวรรค วรรคเริ่มจากธรรมของภิกษุผู้เข้าตระกูล (กุลูปกสูตร) ปัจฉาสมณสูตร สัมมาสมาธิสูตร (ความอดทนต่ออารมณ์ ๕ เป็นเหตุแห่งสัมมาสมาธิ) อันธกวินทสูตร (พระพุทธเจ้าสอนอานนท์ให้ฝึกภิกษุใหม่ ๕ ข้อ) แล้วต่อด้วยชุดสูตรว่าด้วยภิกษุณี ๖ สูตร (มัจฉรินีสูตร วัณณนาสูตร อิสสุกินีสูตร มิจฉาทิฏฐิกสูตร มิจฉาวาจาสูตร มิจฉาวายามสูตร) แสดงเหตุแห่งนรก-สวรรค์ของภิกษุณีตามความประพฤติ
  13. หน้า ๒๐๑–๒๑๐ ๓. คิลานวรรค วรรคว่าด้วยธรรมสำหรับภิกษุไข้ เริ่มจากคิลานสูตรและสติสุปัฏฐิตสูตร (๕ ธรรมนำสู่วิมุตติ) ปฐม-ทุติยอุปัฏฐากสูตร (ภิกษุไข้และผู้พยาบาลที่ดี-ไม่ดี) ปฐม-ทุติยอนายุสสาสูตร (เหตุอายุสั้น-ยืน) วปกาสสูตร (เหตุควร/ไม่ควรหลีกออกจากหมู่) สมณสุขสูตร ปริกุปปสูตร (อนันตริยกรรม ๕) และพยสนสูตร (วิบัติ-สมบัติ ๕)
  14. หน้า ๒๑๑–๒๓๒ ๔. ราชวรรค วรรคว่าด้วยพระราชา เริ่มด้วยปฐม-ทุติยจักกานุวัตตนสูตร (อุปมาพระเจ้าจักรพรรดิกับธรรมจักรของพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตร) ธัมมราชาสูตร ยัสสังทิสังสูตร ปฐม-ทุติยปัตถนาสูตร (ความปรารถนาสิ้นอาสวะ) อัปปังสุปติสูตร (๕ จำพวกหลับน้อยตื่นมาก) ภัตตาทกสูตร อักขมสูตร (เปรียบช้างต้นอดทน/ไม่อดทนต่ออารมณ์ ๕ กับภิกษุผู้ไม่ควร/ควรแก่ทักษิณา) และโสตสูตร (องค์ ๕ ของช้างต้นที่เชื่อฟัง ฆ่าได้ รักษาได้ อดทนได้ ไปได้ เทียบกับภิกษุ) ปิดท้ายวรรคด้วยรายชื่อพระสูตรทั้ง ๑๐ สูตร
  15. หน้า ๒๓๓–๒๔๘ ๕. ติกัณฑกีวรรค (จบตติยปัณณาสก์) วรรคที่ ๕ ปิดท้ายตติยปัณณาสก์ ว่าด้วยบุคคล ๕ จำพวกที่ให้แล้วดูหมิ่น (อวชานาติสูตร) บุคคลผู้ต้องอาบัติกับวิปปฏิสาร (อารภติสูตร) พระธรรมเทศนาที่สารันททเจดีย์เรื่องแก้ว ๕ ประการหาได้ยาก (สารันททสูตร) การมีสัญญาปฏิกูล/ไม่ปฏิกูลตามกาล (ติกัณฑกีสูตร) เหตุแห่งนรก-สวรรค์ (นิรยสูตร) มิตรที่ควร/ไม่ควรคบ (มิตตสูตร) ทานของอสัตบุรุษ-สัตบุรุษ (อสัปปุริสทานสูตร สัปปุริสทานสูตร) และภิกษุผู้เป็นสมยวิมุต ๒ สูตร
  16. หน้า ๒๔๙–๒๖๔ จตุตถปัณณาสก์ ๑. สัทธัมมวรรค เริ่มปัณณาสก์ที่ ๔ ด้วยสัทธัมมวรรค ว่าด้วยสัมมัตตนิยาม-เหตุที่ฟังธรรมแล้วหยั่งลงสู่ความถูกต้องได้หรือไม่ได้ (๓ สูตร) เหตุแห่งความเสื่อมและความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม (๓ สูตร) การพูดเรื่องศรัทธา ศีล พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญาที่เหมาะ/ไม่เหมาะกับบุคคล (ทุกกถาสูตร) เหตุแห่งความครั่นคร้าม-แกล้วกล้า (สารัชชสูตร) พระอุทายีแสดงธรรมแก่คฤหัสถ์หมู่ใหญ่ (อุทายีสูตร) และธรรมที่บรรเทาได้ยาก เช่น ราคะ โทสะ โมหะ (ทุปปฏิวิโนทยสูตร)
  17. หน้า ๒๖๕–๒๘๖ ๒. อาฆาตวรรค วรรคว่าด้วยอุบายกำจัดอาฆาตด้วยอุปมาอันโด่งดัง เช่น ผ้าบังสุกุล สระน้ำมีสาหร่าย น้ำในรอยเท้าโค (อาฆาตปฏิวินยสูตร ๑-๒) คุณสมบัติภิกษุที่ควรสนทนาด้วยและควรแก่สาชีพ (สากัจฉสูตร อาชีวสูตร) เหตุที่ภิกษุถามปัญหา (ปัญหาปุจฉาสูตร) การโต้แย้งพระสารีบุตร-พระอุทายีเรื่องสัญญาเวทยิตนิโรธ (นิโรธสูตร) หลักการโจทโดยธรรม (โจทนาสูตร) ศีลเป็นฐานแห่งสมาธิ ปัญญา วิมุตติ (สีลสูตร) เหตุใคร่ครวญธรรมได้เร็วของพระอานนท์-พระสารีบุตร (ขิปปนิสันติสูตร) และภัททชิสูตรปิดท้ายว่าด้วยความเลิศแห่งการเห็น การได้ยิน ความสุข สั
  18. หน้า ๒๘๗–๓๐๘ ๓. อุปาสกวรรค อุปาสกวรรคที่ ๓ ว่าด้วยคุณสมบัติของอุบาสก มีสารัชชสูตรและวิสารทสูตร (ศีล ๕ เป็นเหตุครั่นคร้ามหรือแกล้วกล้า) นิรยสูตรและเวรสูตร (การละภัยเวร ๕ นำไปสู่นรกหรือสุคติ) จัณฑาลสูตร (อุบาสกจัณฑาลกับอุบาสกแก้ว) ปีติสูตร (ปีติที่เกิดจากวิเวก) วณิชชาสูตร (การค้าที่อุบาสกไม่ควรทำ ๕ อย่าง) ราชสูตร (ผลกรรมทางกฎหมาย) คิหิสูตร (คฤหัสถ์ผู้เป็นโสดาบัน) และภเวสีสูตร (ภเวสีอุบาสกและบริวาร ๕๐๐ คนบรรลุอรหันต์)
  19. หน้า ๓๐๙–๓๑๔ ๔. อรัญญวรรค อรัญญวรรคที่ ๔ ว่าด้วยธุดงควัตร แสดงภิกษุ ๕ จำพวกผู้ถือธุดงค์แต่ละข้อ (อยู่ป่า ถือผ้าบังสุกุล อยู่โคนไม้ อยู่ป่าช้า อยู่กลางแจ้ง ถือการนั่งเป็นวัตร อยู่ตามเสนาสนะที่จัดให้ ฉันอาสนะเดียว ห้ามภัตที่ถวายภายหลัง ฉันในบาตร) จำแนกเป็นผู้ถือเพราะโง่เขลา ปรารถนาลามก เป็นบ้า ตามคำสรรเสริญ หรือมักน้อยสันโดษแท้จริงซึ่งเป็นผู้เลิศ เปรียบดั่งหัวเนยใสที่เลิศกว่าโครสทั้งปวง
  20. หน้า ๓๑๕–๓๔๒ ๕. พราหมณวรรค (จบจตุตถปัณณาสก์) พราหมณวรรคที่ ๕ ว่าด้วยพราหมณ์ มีโสณสูตร (ธรรมเก่าแก่ของพราหมณ์ที่เหลือแต่ในสุนัข) โทณพราหมณสูตร (พราหมณ์ ๕ จำพวก: เสมอพรหม เสมอเทวดา ประพฤติดี ประพฤติทั้งดีทั้งชั่ว และจัณฑาล) สังคารวสูตร (อุปมาน้ำ ๕ แบบกับนิวรณ์) การณปาลีสูตรและปิงคิยานีสูตร (สรรเสริญพระพุทธเจ้าและแก้ว ๕ ประการหาได้ยาก) มหาสุปินสูตร (มหาสุบิน ๕ ก่อนตรัสรู้) วัสสสูตร วาจาสูตร กุลสูตร และนิสสารณียสูตร (ธาตุที่สลัด ๕) จบพราหมณวรรคและจตุตถปัณณาสก์
  21. หน้า ๓๔๓–๓๕๓ ปัญจมปัณณาสก์ ๑. กิมพิลวรรค เปิดปัญจมปัณณาสก์ด้วยกิมพิลวรรค มีกิมพิลสูตร (เหตุที่สัทธรรมดำรงอยู่ได้นานหรือเสื่อมเร็ว) ธัมมัสสวนสูตร (อานิสงส์ฟังธรรม) อัสสาชานียสูตรและพลสูตร (คุณสมบัติภิกษุเปรียบม้าอาชาไนย พละ ๕) เจโตขิลสูตรและวินิพันธสูตร (กิเลสเครื่องตรึงจิต-ผูกใจ) ยาคุสูตร ทันตกัฏฐสูตร คีตัสสรสูตร (โทษการสวดธรรมด้วยเสียงขับยาว) และมุฏฐัสสติสูตร (โทษ-อานิสงส์การนอนมีสติ)
  22. หน้า ๓๕๔–๓๖๒ ๒. อักโกสกวรรค ว่าด้วยโทษของพฤติกรรมไม่ดีต่างๆ ของภิกษุ ได้แก่ อักโกสกสูตรและภัณฑนการกสูตร (โทษด่าว่า/ก่อวิวาทในสงฆ์) สีลสูตร (โทษ-อานิสงส์ของศีล) พหุภาณิสูตร (โทษพูดมาก) อักขันติสูตร ๒ สูตร (โทษความไม่อดทน) อปาสาทิกสูตร ๒ สูตร (บุคคลไม่น่าเลื่อมใส) อัคคิสูตร (โทษของไฟ) และมธุราสูตร (โทษของนครมธุรา)
  23. หน้า ๓๖๓–๓๗๒ ๓. ทีฆจาริกวรรค ว่าด้วยโทษของการจาริกไปนานเกินไป/อยู่ประจำที่นานเกินไป มีทีฆจาริกสูตร ๒ สูตร อตินิวาสสูตร มัจฉรีสูตร กุลุปกสูตร ๒ สูตร (โทษภิกษุเข้าไปคลุกคลีในตระกูล) โภคสูตร (โทษ-อานิสงส์ของโภคทรัพย์) อุสสูรภัตตสูตร และกัณหสัปปสูตร ๒ สูตร (อุปมามาตุคามกับงูเห่า)
  24. หน้า ๓๗๓–๓๘๓ ๔. อาวาสิกวรรค ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุเจ้าอาวาส มีอาวาสิกสูตร ปิยสูตร โสภณสูตร พหูปการสูตร อนุกัมปสูตร (ธรรมที่ทำให้เป็นที่รัก/ทำอาวาสงดงาม/อนุเคราะห์คฤหัสถ์) และอวัณณารหสูตร ๓ สูตร กับมัจฉริยสูตร ๒ สูตร (เจ้าอาวาสที่ไม่ไตร่ตรองและตระหนี่ ย่อมไปนรกหรือสวรรค์)
  25. หน้า ๓๘๔–๓๙๑ ๕. ทุจจริตวรรค ว่าด้วยโทษของทุจริตทางกาย วาจา ใจ และอานิสงส์ของสุจริต กล่าวซ้ำสองชุด (ปฐม-ทุติย) รวมถึงสีวถิกสูตร (อุปมาบุคคลเหมือนป่าช้า) และปุคคลัปปสาทสูตร (โทษของความเลื่อมใสเฉพาะบุคคล ที่ทำให้เสื่อมศรัทธาเมื่อบุคคลนั้นถูกลงโทษ สึก หรือตาย)
  26. หน้า ๓๙๒–๓๙๘ ๖. อุปสัมปทาวรรค (จบปัญจกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ส่วนนี้) วรรคว่าด้วยคุณสมบัติภิกษุผู้ให้อุปสมบท/นิสสัย/ให้สามเณรอุปัฏฐาก (ต้องมีขันธ์ ๕ ที่เป็นอเสขะ) คุณสมบัติภิกษุผู้ให้นิสสัย (นิสสยสูตร) และผู้ให้สามเณรอุปัฏฐาก (สามเณรสูตร) ตามด้วยความตระหนี่ ๕ ประการที่ตระหนี่ธรรมเลวร้ายที่สุด (ปัญจมัจฉริยสูตร มัจฉริยปหานสูตร) และธรรม ๕ ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุฌานทั้งสี่และอริยผลทั้งสี่ (ปฐมฌานสูตร และสูตรกลุ่มเปยยาล ๗-๒๑ ซึ่งซ้ำด้วยอกตัญญูอกตเวทีแทนความตระหนี่ธรรม)
  27. หน้า ๓๙๙–๔๐๓ สัมมุติเปยยาล ชุดสูตรว่าด้วยธรรม ๕ ประการที่ทำให้สงฆ์ควร/ไม่ควรแต่งตั้งภิกษุให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สงฆ์ต่างๆ เริ่มจากภัตตุทเทสกะ (ผู้แจกภัตตาหาร) แล้วขยายไปถึงเสนาสนปัญญาปกะ ภัณฑาคาริกะ จีวรปฏิคคาหกะ จีวรภาชกะ ยาคุภาชกะ ผลภาชกะ ปัตตคาหาปกะ อารามเปสกะ และสามเณรเปสกะ เกณฑ์คือไม่ลำเอียงเพราะรัก ชัง หลง กลัว และรู้จักงานที่ทำแล้ว-ยังไม่ได้ทำ
  28. หน้า ๔๐๓–๔๐๖ สิกขาปทเปยยาล ธรรม ๕ ประการ (ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดพรหมจรรย์/กาม พูดเท็จ เสพของมึนเมา) ที่กำหนดว่าภิกษุ ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี อุบาสก อุบาสิกา จะไปเกิดในนรกหรือสวรรค์ (ภิกขุสูตร ภิกขุนีสุตตาทิ) แล้วขยายหลักการเดียวกันไปถึงอาชีวก นิครนถ์ และนักบวชนอกศาสนาอื่นๆ (นิคัณฐสุตตาทิ)
  29. หน้า ๔๐๗–๔๑๐ ราคเปยยาล (จบปัญจกนิบาต) ธรรมที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ ละ และสิ้นไปซึ่งราคะ โทสะ โมหะ และกิเลสอื่นอีกมาก (โกธะ อุปนาหะ มักขะ อิสสา มัจฉริยะ มานะ ปมาทะ ฯลฯ) โดยใช้สูตรสำเร็จรูปซ้ำแบบเปยยาล (อสุภสัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕) ปิดท้ายด้วยบัญชีสรุปทั้ง ๒๕ วรรคของปัญจกนิบาต ถือเป็นการจบปัญจกนิบาตโดยสมบูรณ์
  30. หน้า ๔๑๑–๔๒๕ ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ๑. อาหุเนยยวรรค จุดเริ่มต้นฉักกนิบาต (หมวดหก) ว่าด้วยผู้ควรแก่ทักษิณา ๖ ประการ รวมทั้งอภิญญา ๖ ในทุติยอาหุเนยยสูตร (อิทธิวิธี ทิพยโสต เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติ ทิพยจักขุ อาสวักขยญาณ) อินทรีย์-พละ ๕ ประกอบวิมุตติ อุปมาม้าอาชาไนย ๓ สูตร อนุตตริยะ ๖ อนุสสติฏฐาน ๖ และปิดท้ายด้วยมหานามสูตร ที่เจ้าศากยะมหานามะทูลถามเรื่องวิหารธรรมของอริยสาวก
  31. หน้า ๔๒๖–๔๔๙ ๒. สารณียวรรค สารณียธรรม ๖ ประการ (เมตตากายกรรม-วจีกรรม-มโนกรรม แบ่งปันลาภ ศีลเสมอกัน ทิฏฐิเสมอกัน) ๒ สูตร และธาตุที่สลัดกิเลสด้วยพรหมวิหารและวิมุตติ (นิสสารณียสูตร) ตามด้วยคำสอนพระสารีบุตรเรื่องมรณะที่เจริญ/ไม่เจริญ (ภัททกสูตร อนุตัปปิยสูตร) นกุลปิตุสูตรที่ภรรยาปลอบสามีป่วยหนัก โสปปสูตรที่พระพุทธเจ้าตำหนิภิกษุหนุ่มนอนกรน มัจฉพันธสูตรอุปมาชาวประมง และปฐม-ทุติยมรณัสสติสูตรว่าด้วยการเจริญมรณสติอย่างเข้มข้น
  32. หน้า ๔๕๐–๔๖๒ ๓. อนุตตริยวรรค (ตอนต้น) ต้นอนุตตริยวรรคที่ ๓ รวมพระสูตรหลากหลายเรื่อง ได้แก่ สามกสูตร (ธรรมที่ทำให้ภิกษุเสื่อม/ไม่เสื่อม) อปริหานิยสูตร ภยสูตร (กามคือภัย ทุกข์ โรค ฝี) หิมวันตสูตร (ธรรม ๖ ทำลายอวิชชาดุจภูเขาหิมพานต์) อนุสสติฏฐานสูตร (อนุสสติ ๖) และมหากัจจานสูตรที่ขยายความอนุสสติ ๖ อย่างพิสดาร
  33. หน้า ๔๖๒–๔๗๖ ๓. อนุตตริยวรรค (ตอนปลาย) ปลายอนุตตริยวรรคที่ ๓ ว่าด้วยปฐม-ทุติยสมยสูตร (สมัยที่ควรเข้าพบภิกษุผู้เจริญภาวนาทางใจ ๖ ประการ) อุทายีสูตร (พระอานนท์แสดงอนุสสติฏฐาน ๕-๖ แทนพระอุทายีผู้นิ่งเงียบ) และปิดท้ายด้วยอนุตตริยสูตร ว่าด้วยอนุตตริยะ ๖ ประการ คือ ทัสสนะ สวนะ ลาภะ สิกขา ปาริจริยา และอนุสสติอันยอดเยี่ยม
  34. หน้า ๔๗๗–๔๙๗ ๔. เทวตาวรรค เทวตาวรรคที่ ๔ รวม ๑๒ สูตร ได้แก่ เสขสูตร ปฐม-ทุติยอปริหานสูตร (เทวดากราบทูลธรรมไม่เสื่อม) มหาโมคคัลลานสูตร (สนทนากับติสสพรหมเรื่องโสดาบัน) วิชชาภาคิยสูตร วิวาทมูลสูตร ทานสูตร (นางนันทมาตาถวายทักษิณาองค์ ๖) อัตตการีสูตร นิทานสูตร (เหตุเกิดกรรม) กิมมิลสูตร ทารุกขันธสูตร และนาคิตสูตร (พระพุทธเจ้าไม่ติดยศ)
  35. หน้า ๔๙๘–๕๐๒ ๕. ธัมมิกวรรค (๑): นาคสูตร ธัมมิกวรรคที่ ๕ สูตรที่ ๑ นาคสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้ไม่ทำชั่วทางกาย วาจา ใจ ชื่อว่า "นาค" เมื่อชาวบ้านชมพระเศวตกุญชร พระอุทายีทูลถามและกล่าวคาถาพรรณนาพระพุทธองค์ด้วยอุปมาช้างตัวประเสริฐอย่างไพเราะ
  36. หน้า ๕๐๒–๕๐๗ ๕. ธัมมิกวรรค (๒): มิคสาลาสูตร ธัมมิกวรรคที่ ๕ สูตรที่ ๒ มิคสาลาสูตร นางมิคสาลาถามพระอานนท์ว่าเหตุใดบิดาผู้ประพฤติพรหมจรรย์กับเพื่อนที่ไม่ประพฤติพรหมจรรย์จึงได้คติเดียวกัน พระพุทธเจ้าทรงแสดงบุคคล ๖ จำพวก และสอนไม่ให้ถือประมาณตัดสินคติของผู้อื่น เพราะรู้ได้เฉพาะพระตถาคต
  37. หน้า ๕๐๗–๕๓๒ ๕. ธัมมิกวรรค (๓): อิณสูตร และท้ายวรรค (จบปฐมปัณณาสก์) อิณสูตร พระพุทธเจ้าทรงเปรียบความจนและการเป็นหนี้กับการไม่มีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญาในกุศลธรรม อุปมาการก่อหนี้ ทวงหนี้ จองจำ กับการทำทุจริตทางกาย วาจา ใจ ตามด้วยมหาจุนทสูตร (ภิกษุผู้เพ่งฌานกับผู้ประกอบธรรมพึงสรรเสริญกัน) ปฐม-ทุติยสันทิฏฐิกสูตร เขมสูตร อินทริยสังวรสูตร อานันทสูตร ขัตติยสูตร อัปปมาทสูตร และธัมมิกสูตร (พระธัมมิกะถูกขับไล่ ๗ อาวาส เปรียบด้วยนิทานต้นไทรสุปติฏฐะ) ปิดท้ายด้วยสรุปพระสูตรและปฐมปัณณาสก์จบที่หน้า ๕๓๒
  38. หน้า ๕๓๓–๕๓๙ ทุติยปัณณาสก์ ๖. มหาวรรค: โสณสูตร โสณสูตร เรื่องพระโสณะผู้ปรารภความเพียรจนเท้าแตกจนคิดจะลาสิกขา พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบกับสายพิณที่ต้องไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป สอนเรื่องความเพียรที่พอดี จนพระโสณะบรรลุอรหัตตผล เป็นอุปมาที่มีชื่อเสียงมากในพุทธศาสนา
  39. หน้า ๕๓๙–๕๕๑ มหาวรรคที่ ๖: ผัคคุณสูตร-ฉฬภิชาติสูตร-อาสวสูตร ผัคคุณสูตร (พระผัคคุณะอาพาธและมรณภาพ อินทรีย์ผ่องใสเพราะฟังธรรม ทรงแสดงอานิสงส์การฟังธรรมตามกาล ๖ ประการ) ฉฬภิชาติสูตร (ทรงแก้ไขอภิชาติ ๖ ของปูรณะกัสสปะที่แบ่งตามชาติกำเนิด ด้วยอภิชาติ ๖ แบบใหม่ที่วัดจากกรรมและการหลุดพ้น) และอาสวสูตร (วิธีละอาสวะ ๖ ทาง คือ สังวร ใช้สอย อดกลั้น เว้น บรรเทา และเจริญ)
  40. หน้า ๕๕๒–๕๗๐ มหาวรรคที่ ๖: ทารุกัมมิกสูตร-หัตถิสารีปุตตสูตร-มัชเฌสูตร-ปุริสินทริยญาณสูตร ทารุกัมมิกสูตร (คหบดีทารุกัมมิกะถวายทานแก่พระอรหันต์ ทรงสอนว่าคฤหัสถ์ยากจะรู้ได้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ แนะให้ถวายสังฆทาน) หัตถิสารีปุตตสูตร (พระจิตตหัตถิสารีบุตรผู้ได้ฌานแต่คลุกคลีจนราคะกำเริบ บอกคืนสิกขาก่อนกลับมาบวชใหม่และบรรลุอรหัตตผล) มัชเฌสูตร (ภิกษุเถระถกความหมายคาถา "ส่วนสุดสองด้านและท่ามกลาง" พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าผัสสะ เหตุเกิดผัสสะ และความดับผัสสะคือคำตอบ) และปุริสินทริยญาณสูตร (พระอานนท์ทูลถามเรื่องพยากรณ์พระเทวทัตตกนรก อุปมาหลุมคูถ แล้วทรงจำแนกญาณรู้อินทรีย์บุคคล ๖ จำพวกด้วยอุปมาเมล
  41. หน้า ๕๗๑–๕๘๓ มหาวรรคที่ ๖: นิพเพธิกสูตรและสีหนาทสูตร (จบวรรค) นิพเพธิกสูตรที่ ๙ เป็นธรรมบรรยายเหตุชำแรกกิเลส ทรงแสดงกาม เวทนา สัญญา อาสวะ กรรม และทุกข์ แต่ละอย่างวิเคราะห์ด้วยเหตุเกิด ความต่างกัน วิบาก ความดับ และข้อปฏิบัติคืออริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นสูตรหลักคำสอนสำคัญ ปิดท้ายด้วยสีหนาทสูตรที่ ๑๐ ว่าด้วยตถาคตพลญาณ ๖ ประการอันเป็นเหตุให้บันลือสีหนาทประกาศพรหมจักร จบมหาวรรคที่ ๖ ซึ่งมี ๑๐ สูตร
  42. หน้า ๕๘๔–๕๙๗ ๗. เทวตาวรรค เทวตาวรรคที่ ๗ ว่าด้วยเทวดา รวม ๑๐ สูตรสั้นๆ แสดงธรรม ๖ ประการคู่กัน (ฝ่ายเสื่อม-ฝ่ายเจริญ) เช่น อนาคามิผลสูตร อรหัตตสูตร มิตตสูตร (คบมิตรดี) สังคณิการามสูตร (ความไม่คลุกคลี) เทวตาสูตร (เทวดาแสดงธรรมเรื่องกัลยาณมิตร พระสารีบุตรวิสัชนา) สมาธิสูตร สักขิภัพพสูตร พลสูตร และปฐม-ทุติยตัชฌานสูตรว่าด้วยธรรมกีดกันและเกื้อกูลปฐมฌาน
  43. หน้า ๕๙๘–๖๐๘ ๘. อรหัตตวรรค อรหัตตวรรคที่ ๘ ว่าด้วยอรหัตตผล รวม ๑๐ สูตรสั้นแสดงธรรม ๖ ประการคู่ตรงข้าม ได้แก่ ทุกขสูตร อรหัตตสูตร (มานะ ๖ ชนิด) อุตตริมนุสสธัมมสูตร สุขโสมนัสสสูตร อธิคมสูตร มหัตตสูตร ปฐม-ทุติยนิรยสูตร (เหตุเกิดนรก-สวรรค์ผ่านศีล ๕ และวจีกรรม) อัคคธัมมสูตร และรัตติทิวสสูตรว่าด้วยธรรมที่ทำให้เสื่อมหรือเจริญในแต่ละวันคืน
  44. หน้า ๖๐๙–๖๑๙ ๙. สีติวรรค สีติวรรคที่ ๙ ว่าด้วยสีติภาวะ (ความเย็น) มีสูตรสั้นแสดงธรรม ๖ ประการคู่ตรงข้าม ได้แก่ สีติภาวสูตร อาวรณตาสูตร โวโรปิตสูตร (อนันตริยกรรม ๕: ฆ่ามารดา บิดา พระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า ทำสงฆ์แตกกัน) สุสสูสติสูตร อัปปหายสูตร ปหีนสูตร อภัพพสูตร และอภัพพัฏฐานสูตร ๔ สูตรว่าด้วยฐานะที่พระโสดาบัน (ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ) ไม่อาจเป็นได้
  45. หน้า ๖๒๐–๖๒๘ ๑๐. อานิสังสวรรค หมวดว่าด้วยอานิสงส์ ๑๑ สูตร เริ่มจากปาตุภาวสูตร (สิ่งหาได้ยาก ๖ ในโลก) อานิสังสสูตร (อานิสงส์โสดาปัตติผล) อนิจจสูตร ทุกขสูตร อนัตตสูตร นิพพานสูตร ว่าด้วยการเห็นสังขารและนิพพานถูกต้อง แล้วอนวัฏฐิตสูตร อุกขิตตาสิกสูตร (อุปมาเพชฌฆาตเงื้อดาบ) อตัมมยสูตร ภวสูตร และตัณหาสูตร ว่าด้วยการละภพ ตัณหา มานะ
  46. หน้า ๖๒๙–๖๓๗ ๑๑. ติกวรรค หมวดธรรมที่จัดเป็นชุดละ ๓ คู่กับธรรมที่ควรเจริญเพื่อละ เช่น ราคะ-โทสะ-โมหะ ทุจริต ๓ วิตก ๓ สัญญา ๓ ธาตุ ๓ อัสสาทสูตร (ทิฏฐิ ๓) อรติสูตร สันตุฏฐิตาสูตร โทวจัสสตาสูตร และอุทธัจจสูตร แต่ละสูตรแสดงธรรมฝ่ายอกุศล ๓ ประการ คู่กับธรรมฝ่ายกุศลที่ควรเจริญเพื่อละธรรมนั้น
  47. หน้า ๖๓๘–๖๔๒ ๑๒. สามัญญวรรค หมวดธรรมทั่วไป ว่าด้วยธรรม ๖ ประการที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญสติปัฏฐาน (กายานุปัสสีสูตร ธัมมานุปัสสีสูตร) ตามด้วยตปุสสสูตรและภัลลิกาทิสูตร ว่าด้วยตปุสสะและภัลลิกะ อุบาสกคู่แรก พร้อมคหบดี-อุบาสกอีกกว่า ๒๐ ท่าน (สุทัตตอนาถบิณฑิกะ หมอชีวก เมณฑกะ ฯลฯ) ผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย อริยศีล อริยญาณ อริยวิมุตติ
  48. หน้า ๖๔๒–๖๔๔ ราคเปยยาล (จบฉักกนิบาต จบเล่ม) บทเปยยาลขนาดใหญ่ปิดท้ายฉักกนิบาตและปิดเล่ม แสดงธรรม ๖ ประการที่ควรเจริญเพื่อรู้ยิ่ง กำหนดรู้ สิ้นไป ละ เสื่อมไป คลายไป ดับไป สละ และสละคืน ซึ่งราคะ โทสะ และกิเลสอื่นอีกกว่า ๒๐ ชนิด (โมหะ โกธะ อิสสา มัจฉริยะ มานะ ปมาทะ ฯลฯ) รวมทั้งสิ้น ๕๐๑ หมวด จบด้วยบทสรุปภิกษุชื่นชมพระธรรมเทศนาและ "ราคเปยยาล จบ"