อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๒ · หน้า ๕๘๘ · ข้อ 69
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไม่ยินดีในคณะ ไม่ประกอบความยินดีในคณะ จักยินดีในปวิเวก

ตามลำพังได้

๒. เป็นไปได้ที่ภิกษุผู้ยินดีในปวิเวกตามลำพัง จักถือเอานิมิตแห่งจิตได้

๓. เป็นไปได้ที่ภิกษุผู้ถือเอานิมิตแห่งจิต จักบำเพ็ญสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์

ได้

๔. เป็นไปได้ที่ภิกษุผู้บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญ

สัมมาสมาธิให้บริบูรณ์ได้

๕. เป็นไปได้ที่ภิกษุผู้บำเพ็ญสัมมาสมาธิให้บริบูรณ์แล้ว จักละสังโยชน์ได้

๖. เป็นไปได้ที่ภิกษุผู้ละสังโยชน์ได้แล้ว จักทำให้แจ้งนิพพานได้

สังคณิการามสูตรที่ ๔ จบ

๕. เทวตาสูตร

ว่าด้วยเทวดาแสดงธรรม

{๓๔๐}[๖๙] ครั้งนั้น เมื่อราตรีผ่านไป เทวดาตนหนึ่งมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่ง รัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรม ๖ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อม แก่ภิกษุ

ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ความเป็นผู้มีความเคารพในพระศาสดา

๒. ความเป็นผู้มีความเคารพในพระธรรม

๓. ความเป็นผู้มีความเคารพในพระสงฆ์

๔. ความเป็นผู้มีความเคารพในสิกขา

๕. ความเป็นผู้ว่าง่าย