ปัฏฐาน ภาค ๔
ฉบับ มจร. · เล่ม ๔๓ · หน้า ๔๘๘ · ข้อ 129 130
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกโดยปุเรชาต- ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ

อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็น สภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุ เป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น

วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกโดยปุเรชาต- ปัจจัย (๓)

ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย

{๖๖๒} [๑๒๙] สภาวธรรมที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยปัจฉาชาต- ปัจจัย (ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

กัมมปัจจัยเป็นต้น

{๖๖๓} [๑๓๐] สภาวธรรมที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีวิตกโดย กัมมปัจจัย (โดยนัยนี้ จึงมี ๔ วาระ พึงเพิ่มทั้งสหชาตะและนานาขณิกะ)

... เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย

มี ๙ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย

มี ๔ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย

มี ๔ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย

มี ๙ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย

มี ๙ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย