ปัฏฐาน ภาค ๕

ฉบับ มจร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๔๔ · ๘๔๐ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๖๘ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๒๒ เริ่มหมวดใหม่ 'ทุกติกปัฏฐาน': เหตุทุกะ จับคู่กับกุสลติกะเป็นคู่แรก เข้าสู่หมวดใหญ่ถัดไปของมหาปัฏฐาน คือการนำ 'ทุกะ' (คู่ธรรมสองขั้ว เช่น มีเหตุ-ไม่มีเหตุ) มาไขว้กับ 'ติกะ' (กลุ่มธรรมสามขั้ว เช่น กุศล-อกุศล-อัพยากฤต) เพื่อตรวจสอบว่าความเป็นเหตุปัจจัยยังเป็นจริงหรือไม่เมื่อจำกัดขอบเขตให้แคบลง เริ่มจากเหตุทุกะจับคู่กับกุสลติกะเป็นคู่แรก วิเคราะห์ครบทั้งบทกุศล อกุศล และอัพยากฤต ตามแบบแผนปฏิจจวารและปัญหาวารอย่างละเอียด ใช้เป็นแม่แบบสำหรับคู่ถัดๆไป
  2. หน้า ๒๓–๓๗ เหตุทุกะ จับคู่กับเวทนาติกะ (จำแนกตามเวทนา ๓) ไล่จับคู่เหตุทุกะกับติกะถัดไปคือเวทนาติกะ ซึ่งจำแนกธรรมตามความรู้สึกสามแบบคือ สุข ทุกข์ และไม่สุขไม่ทุกข์ วิเคราะห์ทั้งสามแบบอย่างครบถ้วนตามแบบแผนเดียวกับคู่แรก
  3. หน้า ๓๘–๕๒ เหตุทุกะ จับคู่กับวิปากติกะ (ผล-เหตุให้ผล-ไม่ใช่ทั้งสอง) จับคู่เหตุทุกะกับวิปากติกะ ซึ่งแบ่งธรรมเป็นตัววิบาก (ผลของกรรม) ธรรมที่ให้ผล และธรรมที่ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง วิเคราะห์ครบทั้งสามหมวดตามแบบแผนมาตรฐาน
  4. หน้า ๕๓–๖๖ เหตุทุกะ จับคู่กับอุปาทินนติกะ (ธรรมที่กรรมยึดครอง) จับคู่เหตุทุกะกับอุปาทินนติกะ ซึ่งแบ่งธรรมตามว่าเป็นผลที่กรรมยึดครองและเป็นอารมณ์แห่งอุปาทานหรือไม่ วิเคราะห์ครบสามหมวด ปิดท้ายที่ติกะลำดับที่ ๔
  5. หน้า ๖๗–๗๗ เหตุทุกะ จับคู่กับสังกิลิฏฐติกะ (เศร้าหมองหรือไม่) จับคู่เหตุทุกะกับสังกิลิฏฐติกะ ซึ่งแบ่งธรรมตามว่าเศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสหรือไม่ วิเคราะห์ครบสามหมวดตามสูตรมาตรฐาน นับวาระปัจจัยทั้ง ๒๔
  6. หน้า ๗๘–๘๘ เหตุทุกะ จับคู่กับวิตักกติกะ (มีวิตกวิจารตามระดับฌาน) จับคู่เหตุทุกะกับวิตักกติกะ ซึ่งจำแนกธรรมตามองค์ฌาน คือมีทั้งวิตกวิจาร มีแต่วิจารอย่างเดียว หรือไม่มีทั้งสอง เชื่อมโยงโดยตรงกับการเจริญฌาน วิเคราะห์ครบสามหมวด
  7. หน้า ๘๙–๙๗ เหตุทุกะ จับคู่กับปีติติกะ (ประกอบด้วยปีติ สุข หรืออุเบกขา) จับคู่เหตุทุกะกับปีติติกะ ซึ่งจำแนกจิตตามที่ประกอบด้วยปีติ สุข หรืออุเบกขา วิเคราะห์ครบสามหมวด ปิดท้ายติกะลำดับที่ ๗
  8. หน้า ๙๘–๑๐๗ เหตุทุกะ จับคู่กับทัสสเนนปหาตัพพติกะ (กิเลสที่ละได้ด้วยมรรค) จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่แบ่งกิเลสตามระดับอริยมรรคที่ละได้ คือละด้วยโสดาปัตติมรรค ละด้วยมรรคเบื้องบนอีกสาม หรือไม่ต้องละด้วยมรรคเลย เป็นติกะสำคัญทางการปฏิบัติเพราะโยงกับขั้นตอนการบรรลุธรรม
  9. หน้า ๑๐๘–๑๑๖ เหตุทุกะ จับคู่กับทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ (เหตุของกิเลสที่ต้องละ) จับคู่เหตุทุกะกับติกะคู่ขนานกับข้อก่อนหน้า แต่คราวนี้เพ่งไปที่ 'เหตุ' ซึ่งเป็นรากของกิเลสที่ต้องละด้วยมรรค วิเคราะห์ตามแบบแผนเดิม เนื้อหาต่อเนื่องข้ามไปยังติกะถัดไป
  10. หน้า ๑๑๗–๑๒๗ จบเหตุทุกะ x ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ แล้วเริ่ม x อาจยคามิติกะ (นำสู่ภพหรือนิพพาน) ปิดท้ายติกะที่ ๙ ที่หน้า ๑๑๗ แล้วขึ้นติกะที่ ๑๐ คืออาจยคามิติกะ ซึ่งแบ่งธรรมตามว่านำไปสู่การเกิด-ตายซ้ำในสังสารวัฏ หรือนำไปสู่นิพพาน นับเป็นติกะที่มีนัยสำคัญทางการหลุดพ้น วิเคราะห์ครบตามแบบแผน
  11. หน้า ๑๒๘–๑๔๘ เหตุทุกะ จับคู่กับเสกขติกะ แล้วต่อด้วยปริตตติกะ จับคู่เหตุทุกะกับเสกขติกะ ซึ่งแบ่งบุคคลเป็นพระเสขะ (ผู้ยังต้องศึกษา) พระอเสขะ (ผู้จบกิจแล้ว) และปุถุชน จากนั้นต่อด้วยปริตตติกะ ซึ่งแบ่งธรรมตามระดับ คือชั้นกามาวจร ชั้นรูปาวจร-อรูปาวจร และโลกุตตระ ทั้งสองติกะวิเคราะห์ครบตามแบบแผน
  12. หน้า ๑๔๙–๑๖๗ เหตุทุกะ จับคู่กับปริตตารัมมณติกะ แล้วต่อด้วยหีนติกะ จับคู่เหตุทุกะกับปริตตารัมมณติกะ ซึ่งดูว่าธรรมมีปริตตะ มหัคคตะ หรืออัปปมาณะเป็นอารมณ์ จากนั้นต่อด้วยหีนติกะ ซึ่งแบ่งธรรมเป็นชั้นต่ำ ชั้นกลาง และชั้นประณีต ทั้งสองติกะวิเคราะห์ครบตามแบบแผน
  13. หน้า ๑๖๘–๑๗๗ เหตุทุกะ จับคู่กับมิจฉัตตนิยตติกะ แล้วเริ่มมัคคารัมมณติกะ (ยังไม่จบ) จับคู่เหตุทุกะกับมิจฉัตตนิยตติกะ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับอนันตริยกรรมและความแน่นอนของอริยมรรค วิเคราะห์จบครบถ้วน จากนั้นเริ่มติกะถัดไปคือมัคคารัมมณติกะ (ธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์) แต่เนื้อหาขาดตอนกลางประโยคเมื่อสิ้นสุดช่วงหน้านี้
  14. หน้า ๑๗๘–๑๘๔ จบเหตุทุกะ x มิจฉัตตนิยตติกะ แล้วจบเหตุทุกะ x มัคคารัมมณติกะ ปิดท้ายบทที่ค้างไว้ของมิจฉัตตนิยตติกะ แล้วสานต่อมัคคารัมมณติกะให้ครบทั้งสามบท คือธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุ และมีมรรคเป็นอธิบดี วิเคราะห์ครบตามแบบแผน
  15. หน้า ๑๘๕–๑๙๘ เหตุทุกะ จับคู่กับอุปปันนติกะ อตีตติกะ และอตีตารัมมณติกะ ไล่จับคู่เหตุทุกะกับสามติกะติดกัน คืออุปปันนติกะ (ธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว มีเฉพาะปัญหาวาร) อตีตติกะ (ธรรมที่เป็นอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน) และอตีตารัมมณติกะ (ธรรมที่มีอดีต อนาคต หรือปัจจุบันเป็นอารมณ์) วิเคราะห์ครบทั้งสามบท
  16. หน้า ๑๙๙–๒๑๖ เหตุทุกะ จับคู่ติกะสุดท้าย ปิดรอบเหตุทุกะกับติกะครบทั้ง ๒๒ หมวด จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่เหลือคืออัชฌัตตติกะ อัชฌัตตารัมมณติกะ และสนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ปิดท้ายด้วยข้อความ 'เหตุทุกะและสนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ จบ' ซึ่งหมายถึงเหตุทุกะได้จับคู่ครบกับติกะทั้ง ๒๒ หมวดแล้ว นับเป็นจุดสิ้นสุดของการวางแม่แบบอย่างละเอียด ก่อนที่ทุกะถัดไปจะถูกย่อให้กระชับขึ้นมาก
  17. หน้า ๒๑๗–๒๒๗ เปลี่ยนมาที่สเหตุกทุกะ (คู่ที่ ๒): จับคู่กับกุสลติกะเพียงติกะเดียว หลังเหตุทุกะวางแม่แบบละเอียดครบทั้ง ๒๒ ติกะแล้ว จากนี้ทุกะที่เหลืออีก ๙๙ คู่จะถูกจับคู่กับกุสลติกะเพียงติกะเดียวเป็นตัวแทน แทนที่จะไล่ครบทุกติกะ เริ่มจากสเหตุกทุกะ (ธรรมที่มีเหตุ-ไม่มีเหตุ) วิเคราะห์ครบทั้งบทกุศล อกุศล อัพยากฤต
  18. หน้า ๒๒๘–๒๓๔ เหตุสัมปยุตตทุกะ (คู่ที่ ๓) จับคู่กับกุสลติกะ (ยังไม่จบ) ทุกะถัดไปคือเหตุสัมปยุตตทุกะ (ธรรมที่ประกอบหรือไม่ประกอบกับเหตุ) จับคู่กับกุสลติกะ วิเคราะห์จบบทกุศลและอกุศลแล้ว เริ่มบทอัพยากฤตแต่เนื้อหายังไม่จบเมื่อสิ้นหน้า
  19. หน้า ๒๓๕–๒๓๗ จบเหตุสัมปยุตตทุกะ x กุสลติกะ แล้วเริ่มเหตุสเหตุกทุกะ (คู่ที่ ๔) ปิดบทอัพยากฤตที่ค้างไว้ของเหตุสัมปยุตตทุกะ แล้วเริ่มทุกะถัดไปคือเหตุสเหตุกทุกะ (ธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ) ในบรรทัดสุดท้ายของช่วงนี้
  20. หน้า ๒๓๘–๒๕๕ ปิดกลุ่ม 'เหตุโคจฉกะ': เหตุสเหตุกทุกะ เหตุเหตุสัมปยุตตทุกะ และนเหตุสเหตุกทุกะ จับคู่กุสลติกะ วิเคราะห์ทุกะที่ ๔-๖ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับความเป็นเหตุ แต่ละทุกะจับคู่กับกุสลติกะครบทั้งสามบท ปิดท้ายด้วยข้อความ 'เหตุโคจฉกะ จบ' ที่หน้า ๒๕๕ อันเป็นการสิ้นสุดกลุ่มทุกะที่เกี่ยวกับ 'เหตุ' ทั้งหมด (ทุกะที่ ๑-๖) ก่อนขึ้นกลุ่มทุกะใหม่
  21. หน้า ๒๕๖–๒๗๕ กลุ่ม 'จูฬันตรทุกะ': ๗ ทุกะเดี่ยวจับคู่กุสลติกะ ไล่จับคู่กุสลติกะกับทุกะเดี่ยวอีก ๗ คู่ติดต่อกัน ได้แก่ ธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่งหรือไม่ เป็นสังขตะหรือไม่ มองเห็นได้หรือไม่ กระทบได้หรือไม่ เป็นรูปหรือไม่ เป็นโลกิยะหรือไม่ และรู้ได้ทางใดทางหนึ่งหรือไม่ ปิดกลุ่มด้วยข้อความ 'จูฬันตรทุกะ จบ' ที่หน้า ๒๗๕
  22. หน้า ๒๗๖–๒๙๑ กลุ่ม 'อาสวโคจฉกะ' เริ่มต้น: อาสวทุกะ สาสวทุกะ และทุกะเกี่ยวเนื่องอาสวะ จับคู่กุสลติกะ เข้าสู่กลุ่มทุกะว่าด้วยอาสวะ (กิเลสที่หมักดองในจิต) จับคู่กุสลติกะครบทุกะที่ ๑๔-๑๘ คือ อาสวทุกะ สาสวทุกะ อาสวสัมปยุตตทุกะ อาสวสาสวทุกะ และอาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ แล้วเริ่มทุกะที่ ๑๙ แต่เนื้อหาขาดตอนกลางประโยค
  23. หน้า ๒๙๒–๒๙๓ จบกลุ่ม 'อาสวโคจฉกะ' แล้วเริ่มกลุ่มสัญโญชนทุกะ ปิดท้ายทุกะที่ ๑๗-๑๙ ที่ค้างไว้ ได้แก่อาสวสาสวทุกะ อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ และอาสววิปปยุตตสาสวทุกะ ปิดกลุ่มอาสวโคจฉกะที่หน้า ๒๙๓ แล้วเริ่มทุกะที่ ๒๐ ว่าด้วยสังโยชน์ในบรรทัดถัดมาทันที
  24. หน้า ๒๙๔–๓๐๘ กลุ่ม 'สัญโญชนโคจฉกะ': ๖ ทุกะว่าด้วยสังโยชน์ (เครื่องผูกใจ) จับคู่กุสลติกะ จับคู่กุสลติกะกับทุกะทั้ง ๖ ที่เกี่ยวกับสังโยชน์ (เครื่องผูกสัตว์ไว้กับสังสารวัฏ) มีตัวอย่างธรรมจริงแทรก เช่น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาหรืออุทธัจจะ ปิดกลุ่มด้วยข้อความ 'สัญโญชนโคจฉกะและกุสลติกะ จบ' ที่หน้า ๓๐๘
  25. หน้า ๓๐๙–๓๑๙ กลุ่ม 'คันถโคจฉกะ': ๖ ทุกะว่าด้วยคันถะ (เครื่องร้อยรัด) จับคู่กุสลติกะ จับคู่กุสลติกะกับทุกะทั้ง ๖ ที่เกี่ยวกับคันถะ (กิเลสที่ร้อยรัดจิตไว้กับรูปนาม) ปิดกลุ่มด้วยข้อความ 'คันถโคจฉกะและกุสลติกะ จบ' ที่หน้า ๓๑๙ (ลำดับเลขทุกะในต้นฉบับกระโดดจาก ๓๑ ไป ๔๔ ในหน้าถัดไป แต่เนื้อหาต่อเนื่องไม่ขาดหาย)
  26. หน้า ๓๒๐–๓๓๓ กลุ่ม 'นีวรณโคจฉกะ': ๖ ทุกะว่าด้วยนิวรณ์ ต่อด้วยกลุ่มปรามาสเริ่มต้น จับคู่กุสลติกะกับทุกะทั้ง ๖ ที่เกี่ยวกับนิวรณ์ (ธรรมที่กั้นจิตจากความดี) ปิดกลุ่มด้วย 'นีวรณโคจฉกะและกุสลติกะ จบ' ที่หน้า ๓๒๗ แล้วเริ่มกลุ่มทุกะว่าด้วยปรามาส (ความยึดถือผิด) ๓ ทุกะถัดไป
  27. หน้า ๓๓๔–๓๔๓ จบกลุ่มปรามาสโคจฉกะ แล้วสารัมมณทุกะและจิตตทุกะ จับคู่กุสลติกะ ปิดท้ายกลุ่มปรามาสโคจฉกะ (ธรรมเกี่ยวกับความยึดถือผิด) แล้วต่อด้วยทุกะเดี่ยวสองคู่ คือสารัมมณทุกะ (มีอารมณ์หรือไม่) และจิตตทุกะ (เป็นจิตหรือไม่) จับคู่กุสลติกะตามแบบแผน ก่อนเข้าสู่กลุ่มทุกะว่าด้วยเจตสิก
  28. หน้า ๓๔๔–๓๔๘ เจตสิกทุกะ จับคู่กุสลติกะ แล้วเริ่มจิตตสัมปยุตตทุกะ (ยังไม่จบ) จับคู่กุสลติกะกับเจตสิกทุกะ (เป็นเจตสิกหรือไม่) จบแล้วเริ่มจิตตสัมปยุตตทุกะ (ประกอบกับจิตหรือไม่) ผ่านบทกุศลและอกุศล แต่เนื้อหาขาดตอนกลางบทอัพยากฤต
  29. หน้า ๓๔๙–๓๕๙ ต่อเนื่องกลุ่มทุกะที่มีจิตเป็นแกน: จิตตสัมปยุตตทุกะ ถึงเริ่มจิตตานุปริวัตติทุกะ จับคู่กุสลติกะ สานต่อจากบทที่ค้างไว้ จบจิตตทุกะที่หน้า ๓๔๓ แล้วไล่จับคู่กุสลติกะกับทุกะที่มีจิตเป็นแกนอีกหลายคู่ตามลำดับมาติกา ได้แก่ จิตตสัมปยุตตทุกะ จิตตสังสัฏฐทุกะ จิตตสมุฏฐานทุกะ และจิตตสหภูทุกะ ก่อนเริ่มจิตตานุปริวัตติทุกะ
  30. หน้า ๓๖๐–๓๗๓ ทุกะผสมของจิตหลายชั้น จับคู่กุสลติกะ แล้วเปลี่ยนเป็นอัชฌัตติกทุกะและอุปาทาทุกะ วิเคราะห์ทุกะที่ผสมคุณสมบัติของจิตซ้อนกันหลายชั้น (เช่น ทั้งคลุกเคล้าและเกิดร่วมกับจิต) จับคู่กุสลติกะ จากนั้นเปลี่ยนหัวข้อเป็นอัชฌัตติกทุกะ (ภายในตน) ซึ่งปิดท้ายด้วย 'อัชฌัตติกทุกะและกุสลติกะ จบ' ที่หน้า ๓๗๐ แล้วเริ่มอุปาทาทุกะ (เป็นอุปาทายรูปหรือไม่)
  31. หน้า ๓๗๔–๓๘๘ จบหมวดใหญ่ 'มหันตรทุกะ' แล้วเปิดหมวดใหม่ว่าด้วยอุปาทานและกิเลส จับคู่กุสลติกะ อุปาทินนทุกะเป็นทุกะสุดท้ายของหมวดใหญ่ 'มหันตรทุกะ' ปิดท้ายด้วย 'มหันตรทุกะและกุสลติกะ จบ' ที่หน้า ๓๗๘ จากนั้นเริ่มหมวดทุกะใหม่ว่าด้วยอุปาทาน (ความยึดมั่น) ๖ คู่ จับคู่กุสลติกะต่อเนื่อง ก่อนเข้าสู่กลุ่มกิเลสทุกะ
  32. หน้า ๓๘๙–๔๐๕ กลุ่มกิเลสทุกะ และทุกะว่าด้วยธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรค จับคู่กุสลติกะ จับคู่กุสลติกะกับทุกะกลุ่มกิเลส (มีตัวอย่างธรรมจริงแทรก เช่น โมหะสหรคตด้วยวิจิกิจฉา) แล้วต่อด้วยทุกะว่าด้วยธรรมที่ต้อง-ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคหรือมรรคเบื้องบนสาม ปิดท้ายด้วยการเริ่มสวิตักกทุกะ (มีวิตกหรือไม่) ซึ่งยังไม่จบ
  33. หน้า ๔๐๖–๔๐๙ ปิดท้ายกลุ่มกิเลสโคจฉกะ เข้าสู่หมวด 'ปิฏฐิทุกะ' (ทุกะเสริมท้ายมาติกา) จับคู่กุสลติกะ จบกลุ่มกิเลสโคจฉกะแบบย่อ แล้วเข้าสู่หมวดปิฏฐิทุกะ ซึ่งเป็นทุกะเพิ่มเติมท้ายมาติกาเดิม จับคู่กุสลติกะต่อเนื่องจากทุกะที่ ๘๓ ถึงเริ่มทุกะที่ ๘๗ คือสวิตักกทุกะ
  34. หน้า ๔๑๐–๔๒๓ ทุกะกลุ่มองค์ฌาน (วิตก วิจาร ปีติ สุข อุเบกขา) และกามาวจรทุกะ จับคู่กุสลติกะ ไล่จับคู่กุสลติกะกับทุกะที่เกี่ยวกับองค์ฌานต่อเนื่อง ได้แก่ สวิตักกทุกะ สวิจารทุกะ สัปปีติกทุกะ ปีติสหคตทุกะ สุขสหคตทุกะ อุเปกขาสหคตทุกะ และกามาวจรทุกะ วิเคราะห์แบบย่อตามแบบแผนมาตรฐาน
  35. หน้า ๔๒๔–๔๓๕ ทุกะสุดท้าย ๙๔-๑๐๐ จับคู่กุสลติกะ ปิดรอบการจับคู่ทุกะทั้ง ๑๐๐ กับกุสลติกะ จับคู่กุสลติกะกับทุกะที่เหลือ ได้แก่ รูปาวจรทุกะ อรูปาวจรทุกะ (ครบไตรภูมิ) ปริยาปันนทุกะ นิยยานิกทุกะ นิยตทุกะ สอุตตรทุกะ และสรณทุกะ (ทุกะสุดท้ายของมาติกา) ปิดท้ายด้วย 'ปิฏฐิทุกะและกุสลติกะ จบ' อันเป็นจุดสิ้นสุดของการจับคู่ทุกะทั้ง ๑๐๐ คู่กับกุสลติกะเพียงติกะเดียว
  36. หน้า ๔๓๖–๔๔๘ สรณทุกะ (ทุกะสุดท้าย) จับคู่กับติกะที่ ๒-๑๑ ปิดฉากด้วยการวางแม่แบบซ้ำ หลังจบการจับคู่ทุกะทั้ง ๑๐๐ กับกุสลติกะแบบย่อแล้ว เนื้อหาเปลี่ยนรูปแบบอีกครั้ง โดยนำสรณทุกะ (ทุกะสุดท้าย) กลับมาจับคู่กับติกะที่เหลือทีละติกะตามลำดับมาติกา คล้ายวางแม่แบบซ้ำแบบย่อก่อนปิดหมวด แต่ละคู่วิเคราะห์สั้นกว่าตอนต้นเล่มมาก
  37. หน้า ๔๔๙–๔๖๒ สรณทุกะ จับคู่ติกะที่ ๑๒-๒๒ จนครบ ปิดหมวด 'ทุกติกปัฏฐาน' ทั้งหมด สรณทุกะจับคู่ต่อกับติกะที่เหลือจนครบทั้ง ๒๒ หมวด ปิดท้ายหมวดใหญ่ 'ทุกติกปัฏฐาน' ทั้งหมด ซึ่งเป็นการไขว้ทุกะทั้ง ๑๐๐ กับติกะทั้ง ๒๒ ในทิศทางทุกะนำ-ติกะตามอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่เนื้อหาจะสลับทิศทางในหมวดถัดไป
  38. หน้า ๔๖๓–๔๗๖ สลับทิศทางเป็น 'ติกทุกปัฏฐาน': กุสลติกะเป็นตัวตั้ง ไล่จับคู่กับเหตุทุกะก่อน จุดเปลี่ยนโครงสร้างสำคัญลำดับที่สอง: ขึ้นหัวข้อใหม่ 'ธัมมานุโลม ติกทุกปัฏฐาน' พร้อมคำนมัสการเปิดเรื่องอีกครั้ง สลับทิศทางการไขว้จากเดิม (ทุกะนำ-ติกะตาม) เป็น (ติกะนำ-ทุกะตาม) โดยนำกุสลติกะเป็นตัวตั้งแล้วเริ่มจับคู่กับเหตุทุกะเป็นคู่แรก วิเคราะห์ทั้งบทเหตุและนเหตุอย่างละเอียด เป็นแม่แบบสำหรับทุกะที่เหลือทั้งหมด
  39. หน้า ๔๗๗–๔๙๐ เหตุทุกะ จับคู่ต่อกับเวทนาติกะและวิปากติกะ ในทิศทางติกทุกปัฏฐาน สานต่อการจับคู่เหตุทุกะกับติกะถัดไปคือเวทนาติกะและวิปากติกะ ดำเนินตามแบบแผนเดียวกับคู่แรก แต่ละหมวดปิดท้ายด้วยข้อความ 'พึงขยายให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ' ซึ่งเป็นวิธีย่อของต้นฉบับที่อ้างอิงกลับไปยังแม่แบบที่วางไว้ในคู่แรก แทนที่จะกล่าวซ้ำทั้งหมด
  40. หน้า ๔๙๑–๕๐๖ เหตุทุกะ จับคู่กับอุปาทินนติกะและสังกิลิฏฐติกะ จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่ ๔ และ ๕ ตามลำดับ รูปแบบการวิเคราะห์และการอ้างอิงกลับไปยังแม่แบบเหมือนหมวดก่อนหน้าทุกประการ
  41. หน้า ๕๐๗–๕๑๙ เหตุทุกะ จับคู่กับวิตักกติกะ (ขยายละเอียดถึง ๓๗ วาระ) แล้วเริ่มจับคู่กับปีติติกะ คู่เหตุทุกะกับวิตักกติกะนี้ต้นฉบับขยายรายละเอียดมากเป็นพิเศษ นับวาระปัจจัยได้สูงถึง ๓๗ วาระ ซับซ้อนกว่าหมวดก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด จบหมวดกลางหน้า ๕๑๙ แล้วขึ้นต้นจับคู่กับปีติติกะทันที เนื้อหายังไม่จบ
  42. หน้า ๕๒๐–๕๒๗ จบเหตุทุกะ x วิตักกติกะ แล้วเริ่มเหตุทุกะ x ปีติติกะ ปิดท้ายหมวดนเหตุบท (ธรรมที่มีวิตกวิจารแต่ไม่เป็นเหตุ) ซึ่งเป็นบทสุดท้ายของคู่วิตักกติกะ แล้วเริ่มจับคู่เหตุทุกะกับปีติติกะ วิเคราะห์สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สุข หรืออุเบกขา เฉพาะหมวดที่เป็นเหตุ
  43. หน้า ๕๒๘–๕๓๓ เหตุทุกะ x ปีติติกะ: จบหมวดนเหตุบท ปิดคู่นี้ วิเคราะห์หมวดที่ไม่เป็นเหตุ (นเหตุบท) ของคู่ปีติติกะ ผ่านปฏิจจวารและปัญหาวารตามหลักปัจจัย ๔ แบบ ปิดท้ายคู่เหตุทุกะกับปีติติกะที่หน้า ๕๒๗
  44. หน้า ๕๓๔–๕๔๖ เหตุทุกะ จับคู่กับทัสสเนนปหาตัพพติกะ และทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่ ๘ ว่าด้วยธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคหรือมรรคเบื้องบนสาม เนื้อหากระชับกว่าหมวดก่อนหน้า จากนั้นต่อด้วยติกะที่ ๙ ว่าด้วย 'เหตุ' อันเป็นรากของกิเลสที่ต้องประหาณ
  45. หน้า ๕๔๗–๕๖๐ เหตุทุกะ จับคู่กับอาจยคามิติกะ เสกขติกะ และปริตตติกะ จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่ ๑๐ ว่าด้วยธรรมที่นำสู่ปฏิสนธิ-จุติหรือสู่นิพพาน มีรายละเอียดอธิปติปัจจัยชัดเจน จากนั้นต่อด้วยติกะที่ ๑๑ (เสขะ-อเสขะ-ปุถุชน) และติกะที่ ๑๒ (ปริตตะ-มหัคคตะ-อัปปมาณะ) ตามแบบแผน
  46. หน้า ๕๖๑–๕๗๖ เหตุทุกะ จับคู่กับปริตตารัมมณติกะ หีนติกะ มิจฉัตตนิยตติกะ แล้วเริ่มมัคคารัมมณติกะ จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่ ๑๓-๑๕ ตามลำดับ โดยติกะที่ ๑๔ (หีนติกะ) ถูกย่อสั้นมาก แล้วเริ่มติกะที่ ๑๖ คือมัคคารัมมณติกะ (ธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์) แต่ยังวิเคราะห์ไม่จบ
  47. หน้า ๕๗๗–๕๘๔ เหตุทุกะ จับคู่กับมิจฉัตตนิยตติกะและมัคคารัมมณติกะ ต่อจนครบ สานต่อการจับคู่เหตุทุกะกับติกะที่ ๑๕ และ ๑๖ ให้ครบตามสูตรปัจจยจตุกกนัย ผ่านปฏิจจวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สัมปยุตตวาร และปัญหาวาร
  48. หน้า ๕๘๕–๖๐๕ เหตุทุกะ จับคู่กับติกะที่ ๑๗-๒๒ จนครบทั้ง ๒๒ ติกะ ไล่จับคู่เหตุทุกะกับติกะที่เหลือทั้งหมด ได้แก่ อุปปันนติกะ อตีตติกะ อตีตารัมมณติกะ อัชฌัตตติกะ อัชฌัตตารัมมณติกะ และสนิทัสสนสัปปฏิฆติกะ ปิดรอบการจับคู่เหตุทุกะกับติกะทั้ง ๒๒ หมวดในทิศทางนี้ที่หน้า ๖๐๖
  49. หน้า ๖๐๖–๖๒๖ สลับกลับ: กุสลติกะเป็นตัวตั้ง เริ่มจับคู่กับทุกะที่ ๒-๖ (กลุ่มเหตุ) ปิดฉากการจับคู่เหตุทุกะกับติกะทั้ง ๒๒ หมวดด้วยข้อความ 'สนิทัสสนสัปปฏิฆติกะและเหตุทุกะ จบ' จากนั้นสลับทิศทางอีกครั้ง คราวนี้นำกุสลติกะเป็นตัวตั้งแล้วไล่จับคู่กับทุกะที่เหลือทีละคู่ตามลำดับมาติกา เริ่มจากทุกะที่ ๒-๖ ในกลุ่มที่เกี่ยวกับเหตุ แต่ละทุกะวิเคราะห์ทั้งบทเหตุ อเหตุกบท และนเหตุบท
  50. หน้า ๖๒๗–๖๓๓ จบกลุ่ม 'เหตุโคจฉกะ' แล้วกุสลติกะจับคู่กับทุกะที่ ๗-๑๐ ปิดท้ายด้วยข้อความ 'เหตุโคจฉกะ จบ' อันเป็นจุดจบใหญ่ของกลุ่มทุกะที่เกี่ยวกับเหตุทั้งหมด แล้วนำกุสลติกะจับคู่กับกลุ่มทุกะถัดไปทันที ได้แก่ สัปปัจจยทุกะ สังขตทุกะ สนิทัสสนทุกะ และสัปปฏิฆทุกะ เนื้อหายังไม่จบเมื่อสิ้นหน้า
  51. หน้า ๖๓๔–๖๔๔ กุสลติกะ จับคู่กับทุกะที่ ๖-๑๓ จบกลุ่มจูฬันตรทุกะ สานต่อจากทุกะที่ ๖ (นเหตุสเหตุกทุกะ) ขยายไปจนถึงทุกะที่ ๑๓ (เกนจิวิญเญยยทุกะ) ตามสูตรมาตรฐาน ปิดท้ายด้วยการจบคู่กุสลติกะกับกลุ่ม 'จูฬันตรทุกะ' ที่หน้า ๖๔๔
  52. หน้า ๖๔๕–๖๕๙ กุสลติกะ จับคู่กับกลุ่มอาสวโคจฉกะ (ทุกะที่ ๑๔-๕๔) จบหกโคจฉกะใหญ่ ขยายทุกะที่ ๑๔-๑๙ อย่างละเอียด ตามด้วยทุกะที่ ๒๐-๕๔ แบบย่อรวบรัด ปิดท้ายทั้งกลุ่มอาสวโคจฉกะ (อาสวะ สังโยชน์ คันถะ นิวรณ์ ปรามาส) และปิดท้าย 'หกโคจฉกะ' อันเป็นกลุ่มทุกะหลักทั้งหมดของทุกมาติกาที่หน้า ๖๕๙
  53. หน้า ๖๖๐–๖๗๔ กุสลติกะ จับคู่กับทุกะที่ ๕๕-๗๔ จบมหันตรทุกะและอุปาทานโคจฉกะ ขยายทุกะที่ ๕๕-๖๘ (ทุกะเดี่ยวและกลุ่มที่มีจิตเป็นแกน) ปิดท้ายมหันตรทุกะที่หน้า ๖๗๓ ตามด้วยทุกะที่ ๖๙-๗๔ (กลุ่มอุปาทาน) ปิดท้ายคู่กุสลติกะกับกลุ่มอุปาทานโคจฉกะที่หน้า ๖๗๔
  54. หน้า ๖๗๕–๖๘๕ กุสลติกะ จับคู่กับกลุ่มกิเลสโคจฉกะ (ทุกะที่ ๗๕-๘๒) ขยายทุกะที่ ๗๕-๘๒ ตามสูตรปฏิจจวาร-ปัญหาวารมาตรฐาน ปิดท้ายคู่กุสลติกะกับกลุ่มกิเลสโคจฉกะที่หน้า ๖๘๕
  55. หน้า ๖๘๖–๖๙๐ ปิดท้ายกลุ่มกิเลสโคจฉกะ กุสลติกะเริ่มจับคู่กับกลุ่มปิฏฐิทุกะ ปิดท้ายคู่กุสลติกะกับกลุ่มกิเลสโคจฉกะ แล้วเริ่มกลุ่มทุกะสุดท้ายของมาติกาคือปิฏฐิทุกะ (ทุกะเสริมท้าย) เนื้อหายังไม่จบเมื่อสิ้นหน้า ๖๙๐
  56. หน้า ๖๙๑–๖๙๕ กุสลติกะ จับคู่กับกลุ่มปิฏฐิทุกะต่อเนื่อง (ทุกะที่ ๘๓-๘๙) สานต่อกลุ่มปิฏฐิทุกะ จับคู่กุสลติกะกับทุกะที่ ๘๓-๘๙ แต่ละทุกะแสดงจำนวนวาระของปัจจัยต่างๆ แบบย่อ
  57. หน้า ๖๙๖–๗๐๙ กุสลติกะ จับคู่กับทุกะที่ ๙๐-๑๐๐ ปิดรอบกุสลติกะจับคู่ครบทุกะทั้ง ๑๐๐ จับคู่กุสลติกะกับทุกะที่เหลือจนถึงสรณทุกะ (ทุกะสุดท้ายของมาติกา) ปิดท้ายด้วยข้อความ 'กุสลติกะและปิฏฐิทุกะ จบ' ที่หน้า ๗๐๙ ซึ่งหมายถึงกุสลติกะได้จับคู่ครบกับทุกะทั้ง ๑๐๐ คู่แล้ว นับเป็นการปิดแม่แบบละเอียดฝั่งติกะนำของหมวดนี้
  58. หน้า ๗๑๐–๗๒๒ ปิดท้ายติกทุกปัฏฐาน: สรณทุกะจับคู่ย้อนกับติกะที่ ๒-๗ หลังกุสลติกะจับคู่ครบทั้ง ๑๐๐ ทุกะแล้ว เนื้อหาวกกลับมาปิดวงจรอีกด้าน โดยนำสรณทุกะ (ทุกะสุดท้าย) ไปจับคู่กับติกะที่เหลือ (๒-๗) ทีละคู่ตามลำดับมาติกา แสดงปัจจยวาระแบบย่อ เป็นแม่แบบปิดท้ายคู่ขนานกับที่เหตุทุกะเคยทำไว้ตอนต้นหมวด
  59. หน้า ๗๒๓–๗๔๐ สรณทุกะ จับคู่กับติกะที่ ๘-๒๒ จนครบ ปิดหมวด 'ติกทุกปัฏฐาน' ทั้งหมด สรณทุกะจับคู่ต่อกับติกะที่เหลือจนครบทั้ง ๒๒ หมวด ปิดท้ายด้วยข้อความ 'สนิทัสสนติกะและสรณทุกะ จบ' ที่หน้า ๗๔๐ ซึ่งปิดท้ายหมวดใหญ่ 'ติกทุกปัฏฐาน' ทั้งหมด อันเป็นการไขว้ติกะทั้ง ๒๒ กับทุกะทั้ง ๑๐๐ ในทิศทางติกะนำ-ทุกะตามอย่างสมบูรณ์
  60. หน้า ๗๔๑–๗๔๗ เข้าสู่หมวดใหม่ 'ติกติกปัฏฐาน': ไขว้ติกะกับติกะโดยตรง เริ่มจากกุสลติกะ x เวทนาติกะ จุดเปลี่ยนโครงสร้างสำคัญลำดับที่สาม: ขึ้นหัวข้อใหม่ 'ธัมมานุโลม ติกติกปัฏฐาน' ซึ่งคราวนี้นำ 'ติกะ' สองหมวดมาไขว้กันโดยตรง เช่น ตรวจสอบว่าธรรมที่เป็นกุศลและประกอบด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอกุศลและประกอบด้วยทุกขเวทนาได้หรือไม่ เริ่มจากกุสลติกะจับคู่กับเวทนาติกะโดยละเอียด แล้วเริ่มจับคู่กับวิปากติกะต่อทันที เนื้อหาสิ้นสุดกลางคันเมื่อจบหน้า
  61. หน้า ๗๔๘–๗๕๗ กุสลติกะ จับคู่กับวิปากติกะ อุปาทินนติกะ สังกิลิฏฐติกะ วิตักกติกะ และปีติติกะ สานต่อหมวดติกติกปัฏฐาน กุสลติกะจับคู่กับติกะที่ ๒-๖ ตามลำดับ แต่ละคู่ไล่ตรวจปฏิจจวาร ปัจจยวาร และปัญหาวารตามปัจจัยทั้ง ๒๔ แบบย่อ
  62. หน้า ๗๕๘–๗๖๘ กุสลติกะ จับคู่กับติกะที่ ๗-๑๓ ต่อเนื่อง กุสลติกะจับคู่กับติกะที่ ๗-๑๓ ได้แก่ ทัสสเนนปหาตัพพติกะ ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ อาจยคามิติกะ เสกขติกะ ปริตตติกะ ปริตตารัมมณติกะ และหีนติกะ แต่ละคู่แสดงปัจจยจตุกกนัยและวาระแบบย่อ
  63. หน้า ๗๖๙–๗๗๙ กุสลติกะ จับคู่กับติกะที่ ๑๔-๒๒ จนครบ ปิดรอบกุสลติกะจับคู่ติกะทั้งหมดโดยละเอียด กุสลติกะจับคู่กับติกะที่เหลือทั้งหมด (๑๔-๒๒) ปิดท้ายด้วยข้อความ 'กุสลติกะและสนิทัสสนติกะ จบ' ที่หน้า ๗๗๙ ซึ่งปิดวงจรการจับคู่กุสลติกะกับติกะอีก ๒๑ หมวดที่เหลือโดยละเอียดครบถ้วน เป็นแม่แบบสำหรับรอบที่สองซึ่งจะย่อกระชับกว่ามาก
  64. หน้า ๗๘๐–๗๙๒ รอบสอง (แบบย่อ): ติกะที่ ๒-๑๓ ย้อนจับคู่กับกุสลติกะ หลังจบรอบละเอียดที่กุสลติกะเป็นตัวตั้งแล้ว เริ่มรอบใหม่ที่สลับให้ติกะแต่ละหมวด (ลำดับที่ ๒-๑๓) เป็นตัวตั้งจับคู่กลับกับกุสลติกะแทน เนื้อหาย่อกระชับกว่ารอบแรกมาก สะท้อนแบบแผนการย่อของต้นฉบับหลังวางแม่แบบครบแล้ว
  65. หน้า ๗๙๓–๘๐๐ รอบสอง (แบบย่อ) ต่อ: ติกะที่ ๑๔-๒๒ ย้อนจับคู่กับกุสลติกะ จบหมวด 'ติกติกปัฏฐาน' ติกะที่เหลือ (๑๔-๒๒) จับคู่กับกุสลติกะแบบย่อจนครบ ปิดท้ายหมวดใหญ่ 'ธัมมานุโลม ติกติกปัฏฐาน' ทั้งหมดที่หน้า ๘๐๐
  66. หน้า ๘๐๑–๘๑๓ เข้าสู่หมวดสุดท้าย 'ทุกทุกปัฏฐาน': ไขว้ทุกะกับทุกะโดยตรง เริ่มจากเหตุทุกะ จุดเปลี่ยนโครงสร้างใหญ่ลำดับสุดท้ายของเล่ม: ขึ้นหัวข้อใหม่ 'ธัมมานุโลม ทุกทุกปัฏฐาน' พร้อมคำนมัสการเปิดเรื่องอีกครั้ง คราวนี้นำ 'ทุกะ' สองคู่มาไขว้กันโดยตรง เช่น ธรรมที่มีเหตุและมีเหตุนั้นด้วย เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่มีเหตุได้หรือไม่ ตั้งเหตุทุกะเป็นตัวตั้งจับคู่กับทุกะอื่นเรื่อยไปจนจบกลุ่ม 'เหตุโคจฉกะ' ที่หน้า ๘๐๘ แล้วต่อเนื่องจนจบกลุ่ม 'จูฬันตรทุกะ' ที่หน้า ๘๑๓
  67. หน้า ๘๑๔–๘๒๗ เหตุทุกะ จับคู่กับทุกะที่เหลือทั้งหมด จนครบรอบแรกของหมวดทุกทุกปัฏฐาน เหตุทุกะจับคู่ต่อเนื่องกับกลุ่มอาสวโคจฉกะ สัญโญชนโคจฉกะ กลุ่มมหันตรทุกะ อุปาทานโคจฉกะ กิเลสโคจฉกะ และปิฏฐิทุกะตามลำดับ ปิดท้ายด้วยข้อความ 'เหตุทุกะและปิฏฐิทุกะ จบ' ที่หน้า ๘๒๗ ซึ่งหมายถึงเหตุทุกะได้จับคู่ครบกับทุกะที่เหลือทั้งหมดแล้ว เป็นการวางแม่แบบละเอียดรอบแรกของหมวดนี้
  68. หน้า ๘๒๘–๘๔๐ ทุกะที่เหลือย้อนจับคู่กับเหตุทุกะแบบย่อ ปิดหมวด 'ทุกทุกปัฏฐาน' และจบเล่ม ๔๔ สลับทิศทางปิดท้าย นำทุกะที่ ๓ เป็นต้นไปจนถึงปิฏฐิทุกะ ย้อนมาจับคู่กับเหตุทุกะแบบย่อสั้นตามแบบแผนการปิดวงจรที่พบซ้ำๆทั้งเล่ม จบด้วยข้อความ 'ธัมมานุโลม ทุกทุกปัฏฐาน จบ' ที่หน้า ๘๔๐ ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายของเล่ม ปิดท้ายการไขว้คู่ธรรมครบทั้งสี่รูปแบบในระเบียบธัมมานุโลมของมหาปัฏฐาน ก่อนเข้าสู่ภาคต่อไปในเล่ม ๔๕