[๑๒] สภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศล อาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลอาศัย สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลอาศัย สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลอาศัย สภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณ ด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุ อันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
(นทัสสนบท มี ๒ วาระ ฆฏนา มี ๑ วาระ) (ย่อ) [๑๓] เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๖ วาระ)
อวิคตปัจจัย มี ๖ วาระ (ย่อ)
[๑๔] สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็น อกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีเหตุอันต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศล เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลอาศัย สภาวธรรมที่มีเหตุอันไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ