[๑๕๕] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก เกิดขึ้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่น ออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม กระทำให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก สวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ และวิตก โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๖] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจาร มัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี อย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๗] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคล ออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำ ฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น