ร่วมกับบุรุษในที่กลางแจ้ง ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในตรอกตัน ๑ รวมสิกขาบท เหล่านี้ ๗ สิกขาบทเกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่ทวาร ๓ สิกขาบทเหล่านี้ มี สมุฏฐาน ๒ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ ได้ทรงแสดงแล้วว่า เหมือน เถยยสัตถสมุฏฐาน.
เถยยสัตถสมุฏฐาน จบ
----------------
ธัมมเทสนาสมุฏฐาน
[๘๓๖] พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมไม่แสดงธรรมแก่คนมีร่มในมือ ๑ มีไม้พลองใน มือ ๑ มีศาตราในมือ ๑ มีอาวุธในมือ ๑ สวมเขียงเท้า ๑ สวมรองเท้า ๑ ไปในยาน ๑ อยู่ บนที่นอน ๑ นั่งรัดเข่า ๑ โพกศีรษะ ๑ คลุมศีรษะ ๑ รวมเป็น ๑๑ สิกขาบท พอดี เกิดแต่ วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเสมอกับธัมมเทสนาสมุฏฐาน.
ธัมมเทสนาสมุฏฐาน จบ
----------------
ภูตาโรจนสมุฏฐาน
[๘๓๗] สิกขาบทว่าด้วยบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง เกิดแต่กาย มิใช่เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิด แต่จิต ชื่อว่าภูตาโรจนสมุฏฐาน ย่อมเกิดแต่สมุฏฐาน ๓.
ภูตาโรจนสมุฏฐาน จบ
----------------
โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน
[๘๓๘] สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับหญิงโจรให้บวช เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่ กาย และเกิดโดยทวารทั้ง ๓ โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐานนี้ พระพุทธเจ้าผู้ธรรมราชาทรงตั้งไว้ว่า มี สมุฏฐาน ๒ ไม่ซ้ำกัน.