แล้ว. พระอรหัตผล ชื่อว่า พระสารีบุตรเถระพยากรณ์แล้วอย่างนี้ว่า
" ชาติสิ้นแล้ว." ก็พระเถระนี้ ยินดีแล้ว เลื่อมใสแล้ว จึงยกบทและ
พยัญชนะขึ้นกล่าวอย่างนี้. บทว่า " อญฺตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ ทรง
รับสั่งหาภิกษุรูปหนึ่ง " ความว่า พระศาสดาทรงสดับคำกราบทูลนั้น แล้ว ทรงพระดำริว่า "พระสารีบุตรเป็นผู้ฉลาดลึกซึ้ง เธอจักไม่ พยากรณ์อย่างนี้ด้วยเหตุไร ๆ เพราะปัญหาจักเป็นอันเธอพยากรณ์แล้ว โดยย่อ เราจักให้เรียกเธอมาแล้ว ให้พยากรณ์ปัญหานั้น" ดังนี้ จึง ทรงรับสั่งภิกษุรูปหนึ่ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า สเจ ตํ สารีปุตฺต อย่างนี้เพื่อ ให้พระสารีบุตรเถระพยากรณ์อรหัตผลด้วยมีพระดำริว่า สารีบุตรนี้จักไม่ พยากรณ์อรหัตผลตามธรรมดาของตน เราจักถามปัญหานี้ และเธอเมื่อ จะกล่าวแก้ปัญหานี้ จักพยากรณ์อรหัตผล. บทว่า "ยํ นิทานาวุโส ชาติ ท่านผู้มีอายุ ชาติคือความเกิดมีอะไรเป็นเหตุ" ความว่า ท่านผู้มี อายุ ชื่อว่าชาจิคือความเกิดนี้ มีสิ่งใดเป็นเหตุ. ข้าพเจ้ารู้แล้วว่า "เมื่อ ปัจจัยแห่งชาติสิ้นแล้ว เพราะปัจจัยอันเป็นต้นเหตุนั้นสิ้นไป ผลคือชาติ จึงสิ้นไป" ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่งพระสารีบุตรเถระ ไม่สงสัยในปัญหานี้ แต่สงสัยใน อัธยาศัย (พระประสงค์ ) ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. เล่ากันว่า พระ สารีบุตรเถระนั้น ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า "เราไม่อาจพยากรณ์พระ- อรหัตผลด้วยเหตุมากมาย อาทิเช่น ตัณหาสิ้นแล้ว อุปาทานสิ้นแล้ว ภพสิ้นแล้ว ปัจจัยสิ้นแล้ว กิเลสสิ้นแล้ว แต่เมื่อจะกล่าวแก้ปัญหา เรา ก็จักอาจกำหนดพระประสงค์ของพระศาสดาได้" ดังนี้. พระสารีบุตร-