สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๖๖ · ข้อ 37
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ตอบว่า เพราะเธอมีลัทธิความเห็นว่า ตัวเองรู้. จริงอยู่ เธอเห็น แต่คนที่ทำคำข้าวใหญ่ ๆ แล้วบริโภคอาหารเป็นคำ ๆ เพราะเหตุนั้น เธอจึงมีลัทธิความเห็นว่า ตัวเองรู้. ก็เธอเห็นแต่นกคุ่ม นกกระทา นกยูงและไก่เป็นต้นเลี้ยงชีวิตอยู่ด้วยมาตุสัมผัส จึงมีความเห็นว่า สัตว์

เหล่านั้นเลี้ยงชีวิตด้วยมาตุสัมผัส. ส่วนเต่าขึ้นจากทะเลในอุตุสมัยของตน

แล้วางไข่ที่หลุมทรายริมฝั่งทะเลแล้วเอาทรายกลบ จึงลงไปสู่ทะเล

ตามเดิม. ไข่เหล่านั้นไม่เสีย (ไม่เน่า ) ด้วยอำนาจระลึกถึงแม่. เธอมี

ลัทธิความเห็นว่า ไข่เหล่านั้นมีชีวิตอยู่ได้ด้วยมโนสัญเจตนาหาร. แม้ พระเถระมีความเห็นอย่างนั้นก็จริง ถึงกระนั้นท่านก็หาถามปัญหานี้ตาม

ความเห็นนั้นไม่. เพราะท่านถือทิฏฐิเป็นเสมือนคนบ้า. คนบ้าถือกระเช้า

ข้ามระหว่างถนนก็เก็บเอาโคมัยบ้าง ก้อนหินบ้าง คูถบ้าง ท่อนเชือก บ้าง สิ่งของนั้น ๆ ชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง ก็เก็บใส่ลงในกระเช้า ฉันใด พระเถระผู้ถือทิฏฐินี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถามปัญหาที่ควรบ้าง

ไม่ควรบ้าง. เธอก็ไม่ถูกข่มว่า ทำไมถึงถามปัญหาอย่างนี้ แต่ทรงปลุก

ให้รู้ถึงการถือในที่ถามแล้วถามอีก. ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า

จึงไม่ตรัส เพราะเหตุไร เธอจึงถามอย่างนี้ กลับตรัสว่า โน กลฺโล ปญฺโห (ปัญหาไม่เหมาะ) เพื่อจะเปลื้องเธอให้พ้นจากการถือที่เธอถือ อยู่ก่อน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โน กลฺโล ได้แก่ไม่สมควร. ข้อว่า อาหาเรตีติ อหํ น วทามิ ได้แก่เราไม่บอกว่า สัตว์หรือ บุคคลใด ๆ นำอาหารมา. บทว่า อาหาเรตีติ จาหํ วเทยฺยํ ไขความ ได้ว่า ยทิ อหํ อาหาเรตีติ วเทยฺยํ ผิว่า เราจะพึงบอกว่า นำมาไซร้.