บทว่า อนุพฺยชนโส ได้แก่ วินิจฉัยได้เรียบร้อย โดยความ บริบูรณ์แห่งอักขรบท และ โดยอำนาจแห่งสูตร คือไม่ขาดตก ไม่มีอักษรที่
ผิดพลาด. อรรถกถา ท่านแสดงไว้ด้วยบทว่า โดยอนุพยัญชนะนี้ จริงอยู่
วินิจฉัยนี้ ย่อมมีมาจากอรรถกถา.
บทว่า กลฺยาณวาโจ มีความว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยวาจาของชาวเมือง ซึ่งมีบทและพยัญชนะกลมกล่อม ตามคำที่สมควรแก่การจัดเป็นสถิลและธนิต เป็นต้น คือ ประกอบด้วยวาจาให้รู้แจ้งซึ่งอรรถอันสละสลวย ไม่มีโทษ.
บทว่า กลฺยาณวากฺกรโณ แปลว่า มีเสียงอ่อนหวาน จริงอยู่ มาตุคาม ย่อมเป็นผู้ยินดีในความสมบูรณ์แห่งเสียง เพราะเหตุนั้น หล่อน จึงดูแคลนคำพูดที่เว้นจากความสมบูรณ์แห่งเสียง แม้ที่มีบทและพยัญชนะ กลมกล่อม.
คำว่า เยภุยฺเยน ภิกขุนีนํ ปิโย โหติ มนาโป มีความว่า ชื่อว่า ภิกษุผู้เป็นที่รักแห่งภิกษุณีทั้งหมด หาได้ยาก. แต่ต้องเป็นที่รักเป็นที่จำเริญใจ ของพวกภิกษุณีผู้เป็นพหูสูต เป็นบัณฑิต เพราะความถึงพร้อมแห่งศีลและ อาจาระ.
คำว่า ปฏิพโล โหติ ภิกฺขุนิโย โอวทิตุํ มีความว่า เมื่อแสดง สูตรและเหตุ ชื่อว่าเป็นผู้สามารถ เพื่อจะขู่ด้วยภัยในวัฏฏะ แล้วกล่าวสอน ภิกษุณีทั้งหลาย คือ เมื่อแสดงธรรมแก่ภิกษุณีเหล่านั้น .
บทว่า ถาสายวตฺถวสนาย แปลว่า ผู้นุ่งผ้าย้อมฝาด.
บทว่า ครุธมฺมํ มีความว่า ในเวลาเป็นคฤหัสถ์ ไม่เคยต้องกาย สังสัคคะกับภิกษุณี หรือว่าไม่เคยต้องเมถุนธรรมในนางสิกขมานาและสามเณรี จริงอยู่ มาตุคาม ระลึกถึงกรรมที่ภิกษุกระทำไว้ในก่อน ย่อมไม่ทำความ