มหาวิภังค์ ภาค ๔
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔ · หน้า ๔๘๗ · ข้อ 493
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แล้ว ท่านกล่าวไว้ในมหาปัจจรีว่า แม้ถ้าว่า ตระกูลทั้งหลายราดนมสด หรือ รสลงไปในภัตนั้น, ภัตที่ถูกนมสดและรสใดราดทับ มีรสเป็นอันเดียวกันกับ นมสด และรสนั้น, ไม่เป็นอาบัติ แก่ภิกษุผู้ฉันตั้งแต่ยอดลงไป.

แต่ในมหาอรรถกถากล่าวว่า ภิกษุได้ขีรภัต (ภัตเจือนมสด) หรือ รสภัต (ภัตมีรสแกง) นั่งแล้ว แม้ชาวบ้านพวกอื่นเทขีรภัตหรือรสภัต (อื่น) ลงไปบนขีรภัตและรสภัตนั้นนั่นแหละ (อีก), ไม่เป็นอาบัติ แก่ภิกษุผู้ดื่มนมสด หรือรส, แต่ภิกษุผู้กำลังฉันอยู่ จะเปิบชิ้นเนื้อหรือก้อนข้าวที่ได้ก่อนเข้าปาก แล้วฉัน ตั้งแต่ยอดลงไปควรอยู่, แม้ในข้าวปายาสเจือเนยใส ก็นัยนี้เหมือนกัน

ท่านกล่าวไว้ในมหาอรรถกถาว่า อุบายสกผู้หญิงนิมนต์ภิกษุไว้, เมื่อ ภิกษุไปสู่ตระกูลแล้ว อุบายสกก็ดี อันใดขนมีบุตรภรรยาและพี่น้องชายพี่น้อง- ของอุบาสกนั้นก็ดี นำเอาเอาภัตส่วนของตน ๆ มาใส่ในบาตร, เป็นอาบัติ แก่ ภิกษุผู้ไม่ฉันภัตส่วนที่อุบายสกถวายก่อน ฉันส่วนที่ได้ทีหลัง ในอรรถกถากุรุน- ที่กล่าวว่า ควร ในมหาปัจจรีกล่าวว่า ถ้าพวกเขาแยกกันหุงต้ม, นำมาถวาย จากภัตที่หุงต้มเพื่อตน ๆ, บรรดาภัตเหล่านั้น เป็นปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้ฉันภัต ที่เขานำมาทีหลังก่อน, แต่ถ้าพวกเขาทั้งหมดหุงต้มรวมกัน, ไม่เป็น ปรัมปร- โภชนะ.

อุบาสกผู้ใหญ่นิมนต์ภิกษุให้นั่งคอย. ชาวบ้านอื่นจะรับเอาบาตร

ภิกษุอย่าพึงให้. เขาถามว่า ทำไม ขอรับ ! ท่านจึงไม่ให้ ? พึงกล่าวว่า

อุบาสก ! ท่านนิมนต์พวกเราไว้มิใช่หรือ ? เขากล่าวว่า ช่างเถอะขอรับ ! นิมนต์ ท่านฉันของที่ท่านได้แล้ว ๆ เถิด. จะฉันก็ควร. ในกุรุนที่กล่าวว่า เมื่อคน อื่นนำภัตมาถวาย ภิกษุแม้บอกกล่าวแล้วฉันก็ควร. พวกชาวบ้านทั้งหมดอยาก ฟังธรรมจึงนิมนต์ภิกษุผู้ทำอนุโมทนาแล้วจะไปว่า ท่านขอรับ ! แม้พรุ่งนี้ก็