จึงส่งข่าวไปแก่อาว่า "ขออาจงไปปราสาทของนางสามาวดี ให้เปิด เรือนคลังผ้าและเรือนคลังน้ำมันแล้ว ชุบผ้าในตุ่มน้ำมันแล้วพันเสา ทำ หญิงทั้งหมดเหล่านั้นไว้โดยความเป็นอันเดียวกัน ปิดประตู ลั่นยนต์ใน ภายนอก เอาคบไฟมีด้ามจุดไฟตำหนัก ลงแล้วจงไปเสีย." นายมาคัน- ทิยะนั้นขึ้นสู่ปราสาท ให้เปิดเรือนคลังทั้งหลาย ชุบผ้าในตุ่มน้ำมันแล้ว เริ่มพันเสา.
ลำดับนั้น หญิงทั้งหลายมีพระนางสามาวดีเป็นประมุข กล่าวกะ นายมาคันทิยะอยู่ว่า "นี่อะไรกัน ? อา" เข้าไปหาแล้ว. นายมาคันทิยะ กล่าวอย่างนี้ว่า " แม่ทั้งหลาย พระราชารับสั่งให้พันเสาเหล่านี้ด้วยผ้า ชุบน้ำมัน เพื่อประโยชน์แก่การทำให้มั่นคง ธรรมดาในพระราชวัง กรรมที่ประกอบดีและชั่ว เป็นของรู้ได้ยาก, อย่าอยู่ในที่ใกล้เราเลย แม่ ทั้งหลาย" ดังนี้แล้ว ให้หญิงเหล่านั้นผู้มาแล้วเข้าไปในห้อง ปิดประตู แล้ว ลั่นยนต์ในภายนอก จุดไฟ จำเดิมแต่ต้น ลงมาแล้ว.
พระนางสามาวดีได้ให้โอวาทแก่หญิงเหล่านั้นว่า " การกำหนด อัตภาพ ซึ่งถูกไฟเผาอย่างนี้ของพวกเราผู้ท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร อันมี ส่วนสุดไม่ปรากฏแล้ว แม้พุทธญาณก็ไม่ทำได้โดยง่าย, ท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด." หญิงเหล่านั้นเมื่อตำหนักถูกไฟไหม้อยู่, มนสิการ ซึ่งเวทนาปริคคหกัมมัฏฐาน๑, บางพวกบรรลุผลที่ ๒, บางพวกบรรลุผล ที่ ๓.
เพราะฉะนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ จึงกล่าวว่า "ครั้งนั้นแล๒ ภิกษุเป็นอันมาก กลับจากบิณฑบาตในภายหลังแห่งภัต (หลังจาก
๑. กัมมัฏฐาน มีอันกำหนดเวทนาเป็นอารมณ์. ๒. ขุ. อุ. ๒๕/ ข้อ ๑๕๗ อุเทนสูตร.