สมบูรณ์ด้วยสามัญผล ไม่มีอาสวะอยู่ เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว...ฯลฯ... คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้
ทำตามแล้ว.
ในกาลต่อมา เมื่อท่านจะพยากรณ์พระอรหัตผล จึงได้กล่าวคาถา๓คาถา* เหล่านี้ว่า
ภัททิยภิกขุอยู่ ณ อัมพาฏการามอันเลิศใกล้ไพรสณฑ์
ได้ถอนตัณหาพร้อมทั้งรากขึ้นแล้ว เป็นผู้เจริญด้วยคุณมี
ศีลเป็นต้น เพ่งฌานอยู่ในไพรสณฑ์นี้ กามโภคีบุคคล
บางพวก ย่อมยินดีเสียงตะโพน เสียงพิณ และบัณเฑาะว์
แต่ความยินดีของพวกเขานั้นไม่ประเสริฐไม่ประกอบด้วย
ประโยชน์ ส่วนเรายินดีแล้วในคำสอนของพระพุทธ-
เจ้า ยินดีอยู่โคนไม้. ถ้าพระพุทธเจ้าประทานพรแก่เรา
และเราก็รับพรนั้นแล้ว ถือเอากายคตาสติอันชาวโลก
ทั้งปวงพึงเจริญเป็นนิตย์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปเร แปลว่า ประเสริฐ คือยิ่ง อธิบายว่า
วิเศษ. จริงอยู่ ปร ศัพท์นี้ บอกถึงอรรถว่า ยิ่ง เหมือนในประโยคมี
อาทิว่า ดุจยิ่งกว่าประมาณ.
บทว่า อมฺพาฏการาเม ได้แก่ในอารามมีชื่ออย่างนี้ . ได้ยินว่า อารามนั้นสมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ ประดับด้วยไพรสณฑ์อันน่ารื่นรมย์. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวให้พิเศษด้วยศัพท์ว่า ปเร. ส่วนอาจารย์บางพวก กล่าวว่า ในอัมพาฏกวัน คือในป่าที่กำหนดหมายเอาด้วยต้นมะกอก.
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๖๒.