ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๕ · หน้า ๑๑๖ · ข้อ 1
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ประหนึ่งว่าจรดถึงอเวจีในเบื้องล่าง จักรวาลด้านเว้นออกลอยขึ้น ได้เป็น ประหนึ่งว่าจรดถึงภวัคคพรหมในเบื้องบน นัยว่า ในที่ที่พระมหาบุรุษนั้น ประทับยืนแล้ว ๆ มหาปฐพีได้ยุบลงและฟูขึ้น เหมือนล้อเกวียนใหญ่ซึ่งติด อยู่ในดุมถูกคนเหยียบริมขอบวงของกงล้อฉะนั้น พระโพธิสัตว์ทรงดำริว่า สถานที่นี้เห็นจะไม่เป็นสถานที่ให้บรรลุพระสัมโพธิญาณ จึงกระทำประทัก- ษิณ เสด็จไปทางด้านทิศเหนือประทับยืนผินพระพักตร์ใปทางด้านทิศใต้. ลำดับนั้นจักรวาลด้านทิศเหนือได้ทรุดลง ได้เป็นประหนึ่งจรดถึงอเวจีในเบื้อง ล่าง จักรวาลด้านทิศใต้ลอยขึ้น ได้เป็นประหนึ่งจรดถึงภวัคคพรหมในเบื้องบน พระโพธิสัตว์ทรงพระดำริว่า แม้สถานที่นี้ก็เห็นจะไม่ใช่สถานที่เป็นที่ตรัสรู้ พระสัมโพธิญาณ จึงทรงกระทำประทักษิณ เสด็จไปยังด้านทิศตะวันออก ได้

ประทับยืนผินพระพักตร์ไปทางด้านทิศตะวันตก. ก็สถานที่ตั้งบัลลังก์ของพระ-

พุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง มีอยู่ในด้านทิศตะวันออก สถานที่นั้นจึงไม่หวั่นไหว ไม่สั่นสะเทือน พระมหาสัตว์ทรงทราบว่า สถานที่นี้ เป็นที่อันพระพุทธเจ้าทั้ง ปวงไม่ทรงละ เป็นสถานที่ไม่หวั่นไหว เป็นสถานที่กำจัดกรงคือกิเลสจึงทรง

จับปลายหญ้าแล้วเขย่าให้สั่น. ทันใดนั่งเอง ได้มีบัลลังก์ ๑๔ ศอก หญ้าแม้

เหล่านั้นก็คงตั้งอยู่ โดยการลาดเห็นปานนั้นซั้งช่างเขียนหรือช่างฉาบแม้ผู้ฉลาด ยิงก็ไม่สามารถจะเขียนหรือฉาบทาได้.

พระโพธิสัตว์ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก โดยให้ลำต้นโพธิ์อยู่ เบื้องพระปฤษฎางค์ เป็นผู้มีพระมนัสมั่นคง ทรงนั่งคู้อปราชิตบัลลังก์ซึ่งแม้ สายฟ้าจะผ่าลงตั้ง ๑๐๐ ครั้งก็ไม่แตกทำลาย โดยทรงอธิษฐานว่า

เนื้อ และเลือดในสรีระนี้แม้ทั้งสิ้นจงเหือดแห่งไป

จะเหลือแต่หนังเอ็น และกระดูก ก็ตามที่. เราไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณบนบัลลังก์นี้แหละ จักไม่ทำลายบัลลังก์นี้.