ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๕ · หน้า ๓๒ · ข้อ 1
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ไม่มีในขณะนั้น วันนี้นิมิตเหล่านั้น ก็ปรากฏ ท่าน

จักเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน ท่านจงประคองความ

เพียรให้มั่นอย่าได้ลอยกลับ จงก้าวหน้าไป แม้พวก

เราก็รู้ข้อนั้น ท่านจักเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน ดังนี้.

พระโพธิสัตว์ได้ฟังพระดำรัสของพระทศพลทีปังกรและถ้อยคำของ เทวดาในหมื่นจักรวาล เกิดความอุตสาหะโดยประมาณยิ่งขึ้นจึงคิดว่า ธรรมดา พระพุทธเจ้าทั้งหลายมีพระดำรัสไม่ว่างเปล่า ถ้อยคำของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่มีเป็นอย่างอื่น เหมือนอย่างว่า ก้อนดินที่ขว้างไปในอากาศจะต้องตก สัตว์ที่ เกิดแล้ว จะต้องตาย เมื่ออรุณขึ้นพระอาทิตย์ก็ต้องขึ้น ราชสีห์ที่ออกจากถ้ำที่ อาศัยจะต้องบันลือสีหนาท หญิงที่ครรภ์แก่จะต้องปลดเปลื้องภาระ [คลอด] เป็นของแน่นอน จะต้องมีเป็นแน่แท้ฉันใด ธรรมดาพระดำรัสของพระพุทธ- เจ้าทั้งหลาย ย่อมเป็นของแน่นอนไม่ว่างเปล่าฉันนั้น เราจักเป็นพระพุทธเจ้า แน่ ดังนี้ เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า

เราฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้า และของ

เทวดาในหมื่นจักรวาลทั้งสองฝ่ายแล้ว มีความร่าเริง

ยินดีเกิดปราโมทย์ จึงคิดขึ้นอย่างนี้ในคราวนั้นว่า

พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้เป็นพระชินเจ้าไม่มีพระดำรัส

เป็นสอง มีพระดำรัสไม่ว่างเปล่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ไม่มีพระดำรัสไม่จริง เราจะเป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน

ก่อนดินที่ขว้างไปในท้องฟ้าย่อมตกบนพื้นดินแน่นอน

ฉันใด พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐก็ฉันนั้น

เหมือนกัน ย่อมแน่นอนและเที่ยงตรงแม้ฉันใด พระ