ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๓ · หน้า ๒๘๒ · ข้อ 599
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน

เทพบุตรนี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงได้ถึงสวรรค์

บันเทิงอยู่ในวิมาน.

มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำตรัสถามตามที่

ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่พระราชาผู้

ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีชื่อโสณทินนะ

เป็นทานบดี ให้สร้างวิหาร ๗ หลังอุทิศต่อบรรพชิต

ได้ปฏิบัติบำรุงภิกษุผู้อยู่ในวิหาร ๗ หลังนั้นโดยเคารพ

ได้บริจาคผ้านุ่งผ้าห่มภัตตาหารเสนาสนะเครื่องประ-

ทีปในท่านผู้ซื่อตรงด้วยจิตเลื่อมใส รักษาอุโบสถศีลอัน

ประกอบด้วยองค์ ๘ ในดิถีที่ ๑๔ ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์

และปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้

สำรวมและจำแนกทาน จึงมาบันเทิงอยู่ในวิมาน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ททฺทฬฺหมานา แปลว่า โชติช่วงอยู่. บทว่า อาเภนฺติ ความว่า ส่องแสงสว่างดั่งควงอาทิตย์อ่อน ๆ. บทว่า ตตฺถ ความว่า ในวิมาน ๗ หลังที่ตั้งเรียงรายอยู่นั้น มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อโสณ- ทินนะ ข้าแต่มหาราชเจ้า เทพบุตรองค์นี้ เมื่อก่อน ในกาลแห่งพระกัสสป ทศพล เป็นคฤหบดีมีนามว่า โสณทินนะ เป็นทานบดี ในนิคมแห่งหนึ่งใน กาสิกรัฐ เขาให้สร้างกุฎีที่อยู่อุทิศบรรพชิตทั้งหลาย ปฏิบัติบำรุงภิกษุทั้งหลาย ผู้อยู่ในวิหารกุฎีนั้น ๆ ด้วยปัจจัย ๔ โดยเคารพ และเจ้าจำอุโบสถสำรวมใน ศีลทั้งหลายเป็นนิตย์ ครั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงอุบัติในวิมานนี้บันเทิงอยู่.