ข้าแต่พระมหาราชเจ้า มโหสถเป็นกบฏต่อพระองค์ พระเจ้าวิเทหราชตรัส ห้ามว่า เราไม่เชื่อท่านทั้งหลาย มโหสถจักไม่เป็นกบฏต่อเรา บัณฑิตทั้ง ๔ จึงกราบทูลว่า จริงนะพระเจ้าข้า ขอได้ทรงเชื่อ ก็ถ้าไม่ทรงเชื่อจงตรัสถามเขา ดูว่า ความลับของเขา เขาไม่ควรบอกแก่ใคร ถ้าเขาจักไม่เป็นกบฏต่อพระองค์ เขาจักทูลว่า ควรบอกแก่คนชื่อนั้น ถ้าเขาจักเป็นกบฏต่อพระองค์ เขาจักทูลว่า ไม่ควรบอกแก่ใคร ๆ ในเมื่อความปรารถนาสำเร็จจึงควรบอก ในกาลนั้น พระองค์จักทรงเชื่อข้าพระองค์หมดสงสัย พระราชาทรงรับจะทดลอง วันหนึ่ง เมื่อบัณฑิตทั้ง ๕ มาพร้อมกัน จึงตรัสคาถานี้ในปัญจปัณฑิตปัญหา ในวีสติ- นิบาตว่า
ท่านทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิตทั้ง ๕ มาพร้อมกัน
แล้ว บัดนี้ปัญหาแจ่มแจ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟัง
ปัญหานั้น บุคคลควรเปิดเผยข้อความที่ควรติเตียน
หรือควรสรรเสริญ อันเป็นข้อความลับแก่ใคร.
ครั้นพระราชาตรัสอย่างนี้แล้ว เสนกะคิดว่า เราจักให้พระราชา เข้าอยู่ในพวกเราด้วย จึงกล่าวคาถานี้ว่า
ข้าแต่พระภูมิบาล พระองค์จงตรัสเปิดเผยแก่
เหล่าข้าพระองค์ก่อน พระองค์เป็นผู้ชุบเลี้ยง เป็นผู้
ทรงอดทนต่อราชกรณียะอันหนัก จงตรัสก่อน ข้าแต่
พระจอมประชากร เหล่าข้าพระองค์ผู้เป็นนักปราชญ์
ทั้ง ๕ จักพิจารณาสิ่งพระองค์พอพระราชหฤทัยและ
เหตุเป็นที่ชอบด้วยพระอัธยาศัย แล้วกราบทูลภายหลัง.