มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มจร. · เล่ม ๑๓ · หน้า ๓๑๑ · ข้อ 264
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่ความดำริที่เป็นอกุศลดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เป็นสิ่งที่ บุคคลควรรู้’

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่บุคคลผู้ปฏิบัติอย่างนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความดับแห่ง ความดำริที่เป็นอกุศล เป็นสิ่งที่บุคคลควรรู้’

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่ความดำริเหล่านี้เป็นกุศล เป็นสิ่งที่บุคคลควรรู้’

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่ความดำริเป็นกุศลมีสมุฏฐานมาแต่จิตนี้ เป็นสิ่งที่บุคคลควรรู้’

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่ความดำริที่เป็นกุศลดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เป็นสิ่งที่บุคคล ควรรู้’

เรากล่าวว่า ‘ข้อที่บุคคลผู้ปฏิบัติอย่างนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความดับแห่ง ความดำริที่เป็นกุศล เป็นสิ่งที่บุคคลควรรู้’

เสขธรรมว่าด้วยศีล

{๓๖๒}[๒๖๔] ศีลที่เป็นอกุศล เป็นอย่างไร

คือ กายกรรมที่เป็นอกุศล วจีกรรมที่เป็นอกุศล การเลี้ยงชีพที่เป็นบาปเหล่านี้ เราเรียกว่า ‘ศีลที่เป็นอกุศล’

ศีลที่เป็นอกุศลเหล่านี้มีอะไรเป็นสมุฏฐาน

คือ แม้สมุฏฐานแห่งศีลที่เป็นอกุศลเหล่านั้น เราก็ได้กล่าวไว้แล้ว สมุฏฐาน แห่งศีลนี้ควรกล่าวว่า ‘มีจิตเป็นสมุฏฐาน’

จิตดวงไหนเล่า

แท้จริงจิตมีหลายดวง มีหลายอย่าง มีหลายประการ คือ จิตที่มีราคะ จิตที่มี โทสะ และจิตที่มีโมหะ๑ ศีลที่เป็นอกุศลมีจิตเหล่านี้เป็นสมุฏฐาน