กถาวัตถุ
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๗ · หน้า ๓๐๑ · ข้อ 333
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สก. พระสูตรที่ว่า “วิตกและวิจารของผู้เข้าทุติยฌานดับไป” มีอยู่จริง เพราะ

เหตุนั้น วิตกและวิจารของผู้นั้นจึงมีอยู่ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{๖๑๘} สก. พระสูตรที่ว่า “การเปล่งวาจาของผู้เข้าปฐมฌานดับไป” มีอยู่จริง เพราะ เหตุนั้น การเปล่งวาจาของผู้นั้นจึงมีอยู่ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่ว่า “ปีติของผู้เข้าตติยฌานดับไป ลมอัสสาสะปัสสาสะของผู้เข้า

จตุตถฌานดับไป รูปสัญญาของผู้เข้าอากาสานัญจายตนะดับไป อากาสานัญจา- ยตนสัญญาของผู้เข้าวิญญาณัญจายตนะดับไป วิญญาณัญจายตนสัญญาของผู้เข้า อากิญจัญญายตนะดับไป อากิญจัญญายตนสัญญาของผู้เข้าเนวสัญญานา- สัญญายตนะดับไป สัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธดับไป” ๑ มีอยู่จริง เพราะเหตุนั้น สัญญาและเวทนาของผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธนั้นจึงมีอยู่ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{๖๑๙} ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. เสียงพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน๒ มิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. หากพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน เพราะเหตุนั้น

ท่านจึงควรยอมรับว่า “การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานมีอยู่” {๖๒๐} สก. พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน เพราะเหตุนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานจึงมีอยู่ใช่ไหม

ปร. ใช่