ยมก ภาค ๒
ฉบับหลวง · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๓๙ · ๕๒๕ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๒ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๒ จิตตยมก: อุทเทสวาร (ปุคคลวาร ธรรมวาร ปุคคลธรรมวาร มิสสกวาร) เปิดจิตตยมกที่ ๘ ว่าด้วยจิตเกิดขึ้น-ดับไปสัมพันธ์กับบุคคล ตั้งคำถามคู่กลับกันยังไม่ตอบ ๔ ชุด คือ อุทเทสแห่งปุคคลวาร (จิตของบุคคลใดเกิดขึ้นยังไม่ดับ...) อุทเทสแห่งธรรมวาร (จิตใด...ไม่อ้างอิงบุคคล) อุทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร (ผสมทั้งสอง) และอุทเทสแห่งมิสสกวารซึ่งกวาดผ่านมาติกาอภิธรรมทั้งหมดของประเภทจิต เช่น มีราคะ/ปราศจากราคะ กุศล/อกุศล/อัพยากตะ ปิดท้ายด้วย "อุทเทสวาร จบ" ที่หน้า ๑๒
- หน้า ๑๓–๒๑ จิตตยมก: นิทเทสแห่งปุคคลวาร ตอบคำถามชุดแรกของนิทเทสวาร คือ นิทเทสแห่งปุคคลวาร ซึ่งอ้างอิงจิตตักขณะ (อุปปาทขณะ/ภังคขณะ) เป็นเกณฑ์กำหนดคำตอบ และยกบุคคลพิเศษ เช่น ผู้มีปัจฉิมจิต ผู้เข้านิโรธ อสัญญสัตว์ มาเป็นข้อยกเว้นในการเกิด-ดับของจิต
- หน้า ๒๒–๓๔ จิตตยมก: นิทเทสแห่งธรรมวาร ปุคคลธรรมวาร มิสสกวาร และจบจิตตยมก ตอบคำถามที่เหลือของนิทเทสวาร คือ นิทเทสแห่งธรรมวาร (ไม่อ้างอิงบุคคล) นิทเทสแห่งปุคคลธรรมวาร (ผสมบุคคล+ธรรม) และนิทเทสแห่งมิสสกวาร ซึ่งสรุปเชื่อมโยงจิตตยมกเข้ากับมูลยมกและธรรมยมกว่าเป็น "ยมก ๓" ปิดท้ายด้วย "จิตตยมก จบ" ที่หน้า ๓๔
- หน้า ๓๕–๔๓ ธรรมยมก: ปัณณัตติวาร เริ่มธรรมยมกที่ ๙ ว่าด้วยกุศล/อกุศล/อัพยากตธรรม ตั้งอุทเทสวารและนิทเทสวารไต่สวนความหมายเชิงบัญญัติว่ากุศล/อกุศล/อัพยากตะ กับคำว่า "ธรรม" เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ ในทั้งฝ่ายยืนยันและปฏิเสธ ปิดท้ายด้วย "ปัณณัตติวาร จบ" ที่หน้า ๔๓
- หน้า ๔๔–๕๖ ธรรมยมก: อุปปาทวาร ช่วงที่ ๑ (กาลปัจจุบัน) เข้าสู่ปวัตติวาร เริ่มอุปปาทวารไล่คำถามคู่การเกิดขึ้นของกุศล/อกุศล/อัพยากตธรรมในกาลปัจจุบัน โดยใช้สัตว์และภูมิเป็นเงื่อนไข
- หน้า ๕๗–๗๐ ธรรมยมก: อุปปาทวาร ช่วงท้าย (ผสมกาล) และจบ ขยายคำถามคู่การเกิดขึ้นของธรรมทั้ง ๓ ไปสู่การผสมกาล (อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) ตามระบบยมก ปิดท้ายด้วย "อุปปาทวาร จบ" ที่หน้า ๗๐
- หน้า ๗๑–๘๔ ธรรมยมก: นิโรธวาร ช่วงที่ ๑ เปลี่ยนกรอบจาก "เกิดขึ้น" เป็น "ดับไป" ไล่คำถามคู่การดับของกุศล/อกุศล/อัพยากตธรรมในกาลปัจจุบันและเริ่มผสมกาล
- หน้า ๘๕–๙๗ ธรรมยมก: นิโรธวาร ช่วงท้าย และจบ ปิดท้ายคำถามคู่การดับของธรรมทั้ง ๓ แบบผสมกาล ปิดท้ายด้วย "นิโรธวาร จบ" ที่หน้า ๙๗
- หน้า ๙๘–๑๑๑ ธรรมยมก: อุปปาทนิโรธวาร ช่วงที่ ๑ ผสมคำถามเกิด-ดับของกุศล/อกุศล/อัพยากตธรรมเข้าด้วยกัน (เช่น ธรรมหนึ่งเกิดขึ้น อีกธรรมหนึ่งดับไปแก่สัตว์เดียวกันหรือไม่) ในกาลผสมต่างๆ
- หน้า ๑๑๒–๑๒๕ ธรรมยมก: อุปปาทนิโรธวาร (จบ) ปวัตติวาร (จบ) ภาวนาวาร และจบธรรมยมก ปิดท้ายคำถามผสมเกิด-ดับ ปิดท้ายด้วย "อุปปาทนิโรธวาร จบ" และ "ปวัตติวาร จบ" จากนั้นเข้าสู่ภาวนาวารซึ่งสั้นมากเพียง ๔ คู่คำถาม ถามในกรอบใหม่ว่าบุคคลผู้เจริญกุศลธรรม/ละอกุศลธรรม ปิดท้ายด้วย "ภาวนาวาร จบ" และ "ธรรมยมก จบ" ที่หน้า ๑๒๕
- หน้า ๑๒๖–๑๔๐ อินทริยยมก: ปัณณัตติวาร - รายชื่ออินทรีย์ ๒๒ และอุทเทสวาร เริ่มอินทริยยมกที่ ๑๐ (ยมกสุดท้ายและใหญ่ที่สุดของคัมภีร์) ด้วยรายชื่ออินทรีย์ ๒๒ ตั้งอุทเทสวารเป็นคำถามคู่เรื่องการเรียกชื่อ (เช่น "จักขุ เรียกว่าจักขุนทรีย์หรือ") ทั้งแบบตั้งชื่อตนเอง (self-naming) และข้ามชื่อกับอินทรีย์อื่น (cross-naming) ทั้งฝ่ายยืนยันและปฏิเสธ ยังไม่ตอบ ปิดท้ายด้วย "อุทเทสวาร จบ" กลางหน้า ๑๔๐ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับจุดเริ่มต้นของนิทเทสวาร
- หน้า ๑๔๐–๑๕๒ อินทริยยมก: นิทเทสวาร - self-naming อนุโลม เริ่มนิทเทสวารทันทีในหน้า ๑๔๐ ต่อจากอุทเทสวาร ตอบคำถามฝ่ายยืนยันเรื่องการเรียกชื่อตนเอง (self-naming anuloma) พบข้อยกเว้นสำคัญ เช่น จักขุ/โสตะ/กาย/อุเปกขา มีความหมายกว้างกว่ารูปที่เป็นอินทรีย์ และอิตถี/ปุริสะเป็นบัญญัติระบุเพศบุคคลจึงตอบ "หามิได้" ต่ออินทรีย์รูปแบบ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่แยกบัญญัติจากปรมัตถ์
- หน้า ๑๕๓–๑๖๕ อินทริยยมก: นิทเทสวาร - self-naming ปัจจนีก พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของการเรียกชื่อตนเอง (self-naming paccanīya) ไล่คำถามคู่ว่าสิ่งที่ไม่ใช่อินทรีย์หนึ่ง ไม่เรียกว่าอินทรีย์นั้นหรือ ครอบคลุมอินทรีย์ทั้ง ๒๒ ตามลำดับ
- หน้า ๑๖๖–๑๗๘ อินทริยยมก: นิทเทสวาร - cross-naming อนุโลม ช่วงที่ ๑ เข้าสู่การข้ามชื่อระหว่างอินทรีย์ต่างคู่กัน (cross-naming anuloma) ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งเรียกชื่อแล้ว อินทรีย์ที่เหลือ (โดยวิธีเปยยาล) เรียกชื่อด้วยหรือไม่
- หน้า ๑๗๙–๑๙๔ อินทริยยมก: นิทเทสวาร - cross-naming ช่วงท้าย และจบปัณณัตติวาร ดำเนินคำถามคู่ cross-naming อนุโลมจนครบ แล้วพลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธ (cross-naming paccanīya) ไล่คำถามคู่ปฏิเสธข้ามชื่อระหว่างอินทรีย์จนครบทั้ง ๒๒ ปิดท้ายด้วย "นิทเทสวาร จบ" และ "ปัณณัตติวาร จบ" ที่หน้า ๑๙๔
- หน้า ๑๙๕–๒๐๘ อินทริยยมก: ปวัตติวาร - อุปปาทวาร อนุโลม บุคคลวาร เข้าสู่ปวัตติวาร ส่วนที่ใหญ่ที่สุดของอินทริยยมก เริ่มอุปปาทวารไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งเกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อีกอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ในกาลปัจจุบัน โดยใช้บุคคลเป็นมิติหลัก ครอบคลุมอินทรีย์ ๒๒ คู่กันตามลำดับ
- หน้า ๒๐๙–๒๒๒ อินทริยยมก: อุปปาทวาร อนุโลม โอกาสวาร และเริ่มบุคคโลกาสวาร ขยายคำถามคู่การเกิดขึ้นฝ่ายยืนยันจากมิติบุคคลไปสู่มิติโอกาส (ภูมิ) แล้วเริ่มผสมบุคคล+ภูมิเข้าด้วยกัน (บุคคโลกาสวาร) ยังคงอยู่ในกาลปัจจุบัน
- หน้า ๒๒๓–๒๓๓ อินทริยยมก: อุปปาทวาร อนุโลม บุคคโลกาสวาร และจบฝ่ายอนุโลม ปิดท้ายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของอุปปาทวารในมิติบุคคล+ภูมิรวมกัน ครอบคลุมอินทรีย์ที่เหลือจนครบ
- หน้า ๒๓๔–๒๔๗ อินทริยยมก: อุปปาทวาร ปัจจนีก บุคคลวาร พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของอุปปาทวาร ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็ไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยใช้บุคคลเป็นมิติหลักก่อน
- หน้า ๒๔๘–๒๖๑ อินทริยยมก: อุปปาทวาร ปัจจนีก โอกาสวาร ขยายคำถามคู่ปฏิเสธของอุปปาทวารสู่มิติโอกาส (ภูมิ) ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อินทรีย์อื่นก็ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือไม่
- หน้า ๒๖๒–๒๗๕ อินทริยยมก: อุปปาทวาร ปัจจนีก บุคคโลกาสวาร และจบอุปปาทวาร ปิดท้ายคำถามคู่ปฏิเสธของอุปปาทวารในมิติบุคคล+ภูมิรวมกัน ปิดท้ายด้วย "อุปปาทวาร จบ"
- หน้า ๒๗๖–๒๙๑ อินทริยยมก: อตีตวาร อนุโลม เข้าสู่อตีตวาร เปลี่ยนกาลจากปัจจุบันเป็นอดีต ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ผ่านมิติบุคคล โอกาส และบุคคล+โอกาสรวมกันตามลำดับ
- หน้า ๒๙๒–๓๐๗ อินทริยยมก: อตีตวาร ปัจจนีก และจบอตีตวาร พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของอตีตวาร ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ผ่านมิติบุคคล โอกาส และบุคคล+โอกาสรวมกัน ปิดท้ายอตีตวาร
- หน้า ๓๐๘–๓๑๗ อินทริยยมก: อนาคตวาร อนุโลม บุคคลวาร เข้าสู่อนาคตวาร เปลี่ยนกาลเป็นอนาคต ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยใช้บุคคลเป็นมิติหลัก
- หน้า ๓๑๘–๓๓๓ อินทริยยมก: อนาคตวาร อนุโลม โอกาสวาร และบุคคโลกาสวาร ขยายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของอนาคตวารสู่มิติโอกาสและบุคคล+โอกาสรวมกัน
- หน้า ๓๓๔–๓๔๘ อินทริยยมก: อนาคตวาร ปัจจนีก บุคคลวาร และโอกาสวาร พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของอนาคตวาร ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ผ่านมิติบุคคลแล้วขยายสู่มิติโอกาส
- หน้า ๓๔๙–๓๖๑ อินทริยยมก: อนาคตวาร ปัจจนีก บุคคโลกาสวาร และจบอนาคตวาร ปิดท้ายคำถามคู่ปฏิเสธของอนาคตวารในมิติบุคคล+โอกาสรวมกัน ปิดท้ายอนาคตวาร
- หน้า ๓๖๒–๓๗๕ อินทริยยมก: ปัจจุปันนาตีตวาร อนุโลม ช่วงที่ ๑ (ไม่แยกที่) เข้าสู่การผสมกาลครั้งแรก คือ ปัจจุบัน-อดีตวาร ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือไม่ (และในทางกลับกัน) โดยยังไม่แยกตามโอกาส
- หน้า ๓๗๖–๓๘๙ อินทริยยมก: ปัจจุปันนาตีตวาร อนุโลม (แยกที่) ปัจจนีก และจบวาร ขยายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของปัจจุบัน-อดีตวารสู่มิติโอกาส แล้วพลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธซึ่งสั้นมาก เพราะคำตอบส่วนใหญ่เป็น "ไม่มี" เนื่องจากการผสมเงื่อนไขที่ขัดแย้งกันมักไม่มีจริง ปิดท้ายวารนี้
- หน้า ๓๙๐–๔๐๓ อินทริยยมก: ปัจจุบัน-อนาคตวาร อนุโลม ช่วงที่ ๑ (ไม่แยกที่) เข้าสู่การผสมกาลปัจจุบัน-อนาคต ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยยังไม่แยกที่ ส่วนนี้เริ่มยกบุคคลพิเศษ "ปัจฉิมภวิกสัตว์" และ "ผู้มีปัจฉิมจิต" ขึ้นเป็นข้อยกเว้นสำคัญของคำตอบ
- หน้า ๔๐๔–๔๑๗ อินทริยยมก: ปัจจุบัน-อนาคตวาร อนุโลม แยกที่ ช่วงที่ ๑ ขยายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของปัจจุบัน-อนาคตวารสู่มิติโอกาส (ภูมิ) ยังคงอ้างอิงบุคคลพิเศษปัจฉิมภวิกสัตว์/ปัจฉิมจิตเป็นข้อยกเว้น
- หน้า ๔๑๘–๔๓๑ อินทริยยมก: ปัจจุบัน-อนาคตวาร อนุโลม แยกที่ ช่วงที่ ๒ ดำเนินคำถามคู่ฝ่ายยืนยันในมิติโอกาสของปัจจุบัน-อนาคตวารต่อ ครอบคลุมอินทรีย์ที่เหลือในการผสมภูมิต่างๆ
- หน้า ๔๓๒–๔๔๕ อินทริยยมก: ปัจจุบัน-อนาคตวาร อนุโลม แยกที่ ช่วงท้าย ปิดท้ายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันในมิติโอกาสของปัจจุบัน-อนาคตวาร ครบทุกคู่อินทรีย์
- หน้า ๔๔๖–๔๕๙ อินทริยยมก: ปัจจุบัน-อนาคตวาร ปัจจนีก และจบวาร พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของปัจจุบัน-อนาคตวารซึ่งสั้นกว่าฝ่ายยืนยันมาก ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งไม่กำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ปิดท้ายวารนี้
- หน้า ๔๖๐–๔๗๓ อินทริยยมก: อดีต-อนาคตวาร อนุโลม บุคคลวาร เข้าสู่การผสมกาลสุดท้าย คือ อดีต-อนาคตวาร ไล่คำถามคู่ฝ่ายยืนยันว่าอินทรีย์หนึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ โดยใช้บุคคลเป็นมิติหลัก
- หน้า ๔๗๔–๔๘๗ อินทริยยมก: อดีต-อนาคตวาร อนุโลม บุคคโลกาสวาร (แยกที่) ขยายคำถามคู่ฝ่ายยืนยันของอดีต-อนาคตวารสู่มิติบุคคล+โอกาสรวมกัน ยังคงอ้างอิงบุคคลพิเศษ เช่น สัตว์ชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ เป็นข้อยกเว้นของคำตอบ
- หน้า ๔๘๘–๔๙๓ อินทริยยมก: อดีต-อนาคตวาร ปัจจนีก และจบปวัตติวาร พลิกเป็นฝ่ายปฏิเสธของอดีต-อนาคตวารซึ่งเป็นคำถามคู่ชุดสุดท้ายของปวัตติวารทั้งหมด ไล่คำถามคู่ว่าอินทรีย์หนึ่งไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด อินทรีย์อื่นก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือไม่ ปิดท้ายด้วย "ปวัตติวาร จบ" กลางหน้า ๔๙๓ ซึ่งเป็นหน้าเดียวกับจุดเริ่มต้นของปริญญาวาร อันเป็นวารสุดท้ายของคัมภีร์ทั้งหมด
- หน้า ๔๙๓–๔๙๙ อินทริยยมก: ปริญญาวาร - กาลปัจจุบัน เริ่มปริญญาวารทันทีในหน้า ๔๙๓ ต่อจาก "ปวัตติวาร จบ" อันเป็นวารสุดท้ายของคัมภีร์ยมกปกรณ์ทั้งหมด ใช้จักขุนทรีย์และโทมนัสสินทรีย์เป็นตัวแทนอินทรีย์ทั่วไป จับคู่กับอินทรีย์โลกุตตระ ๓ (อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์) ผ่าน ๔ หน้าที่ของอริยสัจ คือ ปริญญา ปหานะ ภาวนา สัจฉิกิริยา เริ่มในกาลปัจจุบัน
- หน้า ๕๐๐–๕๐๗ อินทริยยมก: ปริญญาวาร - กาลอดีต และเริ่มกาลอนาคต ดำเนินคำถามคู่แบบเดียวกันในกาลอดีต (เคยกำหนดรู้/ละ/เจริญ/ทำให้แจ้งแล้ว) แล้วเริ่มกาลอนาคต ยังคงจับคู่จักขุนทรีย์และโทมนัสสินทรีย์กับอินทรีย์โลกุตตระ ๓
- หน้า ๕๐๘–๕๑๔ อินทริยยมก: ปริญญาวาร - กาลอนาคต (จบ) และปัจจุบัน-อดีตผสม ปิดท้ายคำถามคู่กาลอนาคต แล้วเข้าสู่การผสมกาลปัจจุบัน-อดีต อ้างอิง ๘ บุคคล เช่น บุคคลที่ ๘ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค/อรหัตมรรค พระอรหันต์ และปุถุชน เป็นเกณฑ์คำตอบ
- หน้า ๕๑๕–๕๒๐ อินทริยยมก: ปริญญาวาร - ปัจจุบัน-อนาคตผสม และเริ่มอดีต-อนาคตผสม ดำเนินคำถามคู่ผสมกาลปัจจุบัน-อนาคต แล้วเริ่มผสมกาลอดีต-อนาคต ยังคงใช้จักขุนทรีย์/โทมนัสสินทรีย์คู่กับอินทรีย์โลกุตตระ ๓ ผ่าน ๔ หน้าที่อริยสัจ
- หน้า ๕๒๑–๕๒๕ อินทริยยมก: ปริญญาวาร - อดีต-อนาคตผสม (จบ) และจบคัมภีร์ยมกปกรณ์ ปิดท้ายคำถามคู่ผสมกาลอดีต-อนาคต อันเป็นชุดคำถามสุดท้ายของทั้งคัมภีร์ ปิดท้ายด้วย "อินทริยยมก ที่ ๑๐ จบ" และ "ยมกปกรณ์ ตอนสุดท้าย จบ" ที่หน้า ๕๒๕ ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายของทั้งอินทริยยมก อภิธรรมปิฎก และคัมภีร์ยมกปกรณ์ครบทั้ง ๑๐ ยมก
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐