เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ใน ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
[๒๖๒] กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ
กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง กุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป
หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป
ถูกแล้ว
[๒๖๓] อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ
อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่ง อกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป และ อัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป
หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ ดับไป
ถูกแล้ว
[๒๖๔] กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ
[๒๖๕] กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ
กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ใน ภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็น