อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๒๓๓ · ข้อ 246
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็กิเลสที่ยังไม่ได้ถอนขึ้นด้วยมรรค ย่อมเกิดแม้แก่ผู้บังเกิดใน ภวัคคพรหม เพราะเหตุนั้น พึงขยายความให้พิสดารโดยนัยก่อนนั้นแล. อันนี้ชื่อว่าอสมุคฆาฏิตุปปันนะ.

ในอุปปันนะเหล่านั้น อุปปันนะ ๔ อย่าง คือ วัตตมานุปปันนะ ภุตวาวิคตุปปันนะ โอกาสกตุปปันนะ สมุทาจารุปปันนะ ไม่เป็น

อุปปันนะที่มรรคจะพึงฆ่า. อุปปันนะที่มรรคจะพึงฆ่าได้มี ๔ อย่าง คือ

ภูมิลัทธุปปันนะ อารัมมณาธิคหิตุปปันนะ อวิกขัมภิตุปปันนะ อสมุค-

ฆาฏิตุปปันนะ. เพราะมรรคเกิดขึ้นย่อมละกิเลสเหล่านี้. มรรคนั้นละ

กิเลสเหล่าใด กิเลสเหล่านั้นไม่ควรจะกล่าวว่าเป็นอดีต อนาคต หรือ ปัจจุบัน.

สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า

หากละกิเลสอันเป็นอดีตไซร้ ถ้าอย่างนั้น

ก็ย่อมยังกิเลสที่สิ้นไปแล้วให้สิ้นไปได้ ดับกิเลสที่ดับ

แล้วให้ดับได้ ยังกิเลสที่ถึงการตั้งอยู่ไม่ได้ ให้ถึงการ

ตั้งอยู่ไม่ได้ ละกิเลสที่ล่วงไปแล้วซึ่งไม่มีอยู่ได้. หาก

ละกิเลสอันเป็นอนาคตได้ไซร้ ถ้าอย่างนั้น ก็ย่อมละ

กิเลสที่ยังไม่เกิด ย่อมละกิเลสที่ยังไม่บังเกิด ยังไม่

เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่ปรากฏได้ ย่อมละกิเลสที่ยัง

ไม่มาถึงซึ่งไม่มีอยู่ได้. หากละกิเลสอันเป็นปัจจุบัน

ได้ไซร้ ถ้าอย่างนั้น คนผู้กำหนัด ย่อมละราคะได้

คนผู้ประทุษร้าย ย่อมละโทสะได้ คนผู้หลง ย่อม

ละโมหะได้ คนผู้เย่อหยิ่ง ย่อมละมานะได้ คนผู้