อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๓๙ · ข้อ 150
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เลี้ยงชีพด้วยงานชนิดนี้ . ตั้งแต่วันนั้นมา เขาก็เหวี่ยงกลไกกระจับ [พาตัว] ขึ้นไปบนปราสาทของสกุลทั้งหลาย ตัดช่อง [ที่ต่อเรือน ] ขโมยทรัพย์สิ่งของที่เขาเก็บไว้ในสกุลผู้อื่น เหมือนตัวเองเก็บไว้แล้วก็ไป. ทั่วพระนคร ขึ้นชื่อว่าเรือนหลังที่เขาไม่ย่องเบาไม่มีเลย. วันหนึ่ง พระ- ราชาเสด็จเที่ยวไปในพระนครโดยราชรถ จึงตรัสถามสารถีว่า ทำไม หนอ ในเรือนหลังนั้น ๆ ในพระนครนี้ จึงปรากฏมีช่องทั้งนั้น. สารถี กราบทูลว่า ข้าแต่เทวะ ในพระนครนี้มีโจรชื่อสัตตุกะ ตัดฝาเรือน ลักทรัพย์ของสกุลทั้งหลาย พระเจ้าข้า. พระราชาจึงรับสั่งให้หาเจ้าหน้าที่ นครบาลมาแล้ว ตรัสถามว่า เขาว่าในพระนครนี้มีโจรชื่ออย่างนี้ เหตุไร

เจ้าจึงไม่จับมัน. เจ้าหน้าที่นครบาลกราบทูลว่า ข้าแต่เทวะ พวกข้าพระ-

องค์ไม่อาจพบโจรนั้นพร้อมทั้งของกลาง พระเจ้าข้า. ตรัสสั่งว่า ถ้าวันนี้ เจ้าพบโจรนั้น จงจับ ถ้าไม่จับ เราจักลงอาชญาเจ้า. เจ้าหน้าที่นครบาล ทูลรับว่า พระเจ้าข้า เทวะ. เจ้าหน้าที่นครบาลสั่งให้มนุษย์ทั่วพระนคร เที่ยวสืบสวนจนจับตัวโจรผู้ตัดฝาเรือนลักทรัพย์เขา พร้อมทั้งของกลาง นั้นได้ นำไปแสดงแก่พระราชา. พระราชตรัสสั่งว่า จงนำโจรนี้ออก ทางประตูด้านทิศใต้แล้ว ประหารเสีย. เจ้าหน้าที่นครบาลรับสนองพระ- ราชโองการแล้ว โดยโจรนั้นครั้งละ ๔ ที ๑,๐๐๐ ครั้ง ให้จับตัวพาไป ทางประตูด้านทิศใต้.

สมัยนั้น ภัททา ธิดาเศรษฐีนี้ เผยสีหบัญชร [หน้าต่าง] ดู เพราะเสียงโกลาหลของมหาชน เห็นสัตตุกะโจร ถูกเขานำไปฆ่า ก็เอา มือทั้งสองทาบหัวใจ ไปนอนคว่ำหน้าบนที่นอนอันเป็นสิริ. ก็นางเป็น

ธิดาคนเดียวของสกุลนั้น. ด้วยเหตุนั้น พวกญาติของนางจึงไม่อาจทน