อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๓๒๑ · ข้อ 262
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น อย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามพราหมณ์ถึง เรื่องพอทนได้เป็นต้น คือได้ถึงความชื่นชมอย่างเดียวกัน เหมือนน้ำร้อน

กับน้ำเย็น. ก็กถาชื่อสัมโมทนียะ เพราะให้เกิดความชื่นชมกล่าวคือปีติ

และปราโมทย์ และเพราะภาวะที่ควรชื่นชม ซึ่งชื่นชมด้วยคำเป็นต้นว่า พอทนหรือ ท่านพระโคดมพอเป็นไปได้หรือ ท่านพระโคดมและสาวก ของท่านพระโคดม มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย กะปรี้กะเปร่า มีกำลัง อยู่สบายดีหรือ ชื่อสาราณียะ เพราะสมควรให้ระลึกถึงกันตลอดกาลนาน ระลึกอยู่เรื่อย ๆ และเพราะภาวะที่ควรระลึก เพราะมีความไพเราะ ทั้งอรรถะและพยัญชนะ ชื่อว่า สัมโมทนียะ เพราะเป็นสุขเมื่อฟัง ชื่อว่า สาราณียะ เพราะเป็นสุขเมื่อระลึกถึง อนึ่ง ชื่อว่า สัมโมทนียะ เพราะพยัญชนะบริสุทธิ์ ชื่อว่า สาราณียะ เพราะอรรถะบริสุทธิ์ พราหมณ์เสร็จการกล่าวสัมโมทนียกถา สาราณียกถา คือให้จบสิ้นโดย อเนกปริยายอย่างนี้ด้วยประการฉะนั้นแล้ว ประสงค์จะทูลถามเรื่องที่ตนมา จึงนั่งลง ณ ที่อันสมควร. ศัพท์ว่า เอกทนฺตํ แสดงภาวนปุงสกะ เหมือนในประโยคเป็นต้นว่า วิสมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ พระจันทร์ และพระอาทิตย์โคจรไม่เท่ากัน ดังนี้ ฉะนั้น พึงทราบเนื้อความในที่นี้ อย่างนี้ว่า นั่งอย่างที่ผู้นั่งนั่งในที่อันสมควร. อีกอย่างหนึ่ง บทนี้เป็น ทุติยาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ. บทว่า นิสีทิ ได้แก่ เข้าไปใกล้. ธรรมดาคนฉลาด เข้าไปหาผู้ที่มีฐานะเป็นครู ย่อมนั่งในที่อันสมควร

ด้วยความเป็นผู้ฉลาดในเรื่องนั่ง. และพราหมณ์นี้ก็เป็นคนหนึ่งในบรรดา

คนฉลาดเหล่านั้น ฉะนั้น จึงนั่ง ณ ที่อันสมควร.