ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๗๒ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มีรูปเป็นอารมณ์ หรือสมาบัติมีอรูปเป็นอารมณ์. อธิบายว่า สมาบัติมีรูป เป็นอารมณ์-รูปฌานสมาบัติ, มีอรูปเป็นอารมณ์-อรูปฌานสมาบัติ.

อรรถว่า นิสสยะ-อาศัย พึงทราบในคำนี้ว่า พระโยคาวจรเจริญ สติสัมโพชฌงค์มีอัฏฐิกสัญญาเป็นที่อาศัย อธิบายว่า สติสัมโพชฌงค์ อัน พระโยคาวจรเจริญแล้ว ได้ อัฏฐิกสัญญา เพราะอาศัยความสำคัญใน อสุภนิมิตที่มีอัฏฐิเป็นอารมณ์.

อรรถว่า สังสัฏฐะ-ระคนแล้ว พึงทราบในคำนี้ว่า สุขนี้สหรคต คือเกิดร่วม ได้แก่สัมปยุตด้วยปีตินี้. อธิบายว่า เจือปน. ถึงในที่นี้ สังสัฏฐะศัพท์ก็มา ในอรรถว่า เจือปน.

สหชาตศัพท์ ในอรรถว่า เกิดร่วม ดุจในคำนี้ว่า สหชาตํ- เกิดร่วม, ปุเรชาตํ-เกิดก่อน, ปจฺฉาชาตํ-เกิดหลัง.

สังสัฏฐะศัพท์ ในอรรถว่า เกี่ยวข้อง พึงทราบดุจในคำเหล่านี้ มีอาทิว่า ข้าเเต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ความเกี่ยวข้องอย่างนี้ ชื่อว่าความ เกี่ยวข้องของคฤหัสถ์.

ในอรรถว่า สทิสะ-เหมือนกัน ได้ในคำว่า เว้นม้าผอมม้าอ้วน เสียแล้ว ก็เทียมด้วยม้าเหมือนกัน.

ในความเกี่ยวพัน ได้ในคาถานี้ว่า.

ดูก่อนท่านทธิวาหนะ ต้นมะม่วงของท่าน มี

ต้นสะเดาล้อมรอบ รากกับรากเกี่ยวพันกัน กิ่งกับ

กิ่งก็ติดต่อกัน.