ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๘๕๖ · ข้อ 373
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า ปาปกา แปลด่า ลามก.

บทว่า อกุสลา ความว่า เกิดแต่ความเป็นผู้ไม่ฉลาด.

บทว่า เต กิเลเส น ปุเนติ ความว่า กิเลสเหล่าใด อันบุคคล นั้นละได้แล้ว บุคคลนั้นย่อมไม่มาสู่กิเลสเหล่านั้นอีก.

บทว่า น ปจฺเจติ ความว่า ไม่กลับเข้าถึง.

บทว่า น ปจฺจาคจฺฉติ ความว่า ไม่กลับมาอีก.

บทว่า ขรทณฺโฑ ความว่า ก้านของใบขรุขระ คือก้านหยาบ.

บทว่า จตฺตเคโธ ความว่า สละความติดพัน.

บทว่า วนฺตเคโธ ความว่า คายความติดพัน.

บทว่า มุตฺตเคโธ ความว่า ตัดความติดพันที่เป็นเครื่องผูกพัน.

บทว่า ปหีนเคโธ ความว่า ละความติดพัน.

บทว่า ปฏินิสฺสฏเคโธ ความว่า สละคืนความติดพันด้วยประ- การที่ไม่งอกขึ้นสู่จิตอีก แม้ในบทว่าเป็นผู้มีความกำหนัดอันสละคืนแล้ว เป็นต้น ต่อไปก็นัยนี้เหมือนกัน บทเหล่านั้นทั้งหมดนั่นแล เป็นไวพจน์ แสดงภาวะที่คุ้นเคยแห่ง คหิต ศัพท์ จะมีอะไรยิ่งขึ้นไป.

คาถาว่า น เวทคู เป็นต้น พึงทราบดังต่อไปนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น เวทคู ทิฏฺิยา ความว่า มุนีผู้ถึง เวทคือมรรค ๔ เช่นเราย่อมเป็นผู้ไม่ไปด้วยทิฏฐิ คือย่อมไม่ไปด้วยทิฏฐิ หรือไม่ย้อมมาสู่ทิฏฐินั้นโดยสาระ ในคำเหล่านั้นมีเนื้อความของคำ ดัง ต่อไปนี้ :-

ชื่อว่า ทิฏฺิยายก เพราะอรรถว่า ด้วยทิฏฐิ เป็นตติยาวิภัตติ.