ปัฏฐาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๘๕ · หน้า ๓๐๗ · ข้อ 282
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ปัจจัยเดียวกัน. ในการวิสัชนาที่มีบทต้นบทเดียว อวสานบท ๒ บท ได้

ปัจจยุบบันต่างกันทั้งที่เป็นปัจจัยเดียวกัน. ในการวิสัชนาที่มีบทต้น ๒ บท

อวสานบทบทเดียว ได้ปัจจยุบบันเป็นอย่างเดียวกัน ทั้งที่จากปัจจัยต่าง

กัน. ในการวิสัชนาที่มีบทต้น ๒ บท บทอวสาน ๒ บท ได้ปัจจยุบบัน

ต่างกันจากปัจจัยที่ต่างกัน (แยกกัน). แม้ในอารัมมณปัจจัยเป็นต้น พึง ทราบการจำแนกปัญหา และวิสัชนา โดยอุบายนี้เทียว.

ก็คำใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ ใน อารัมมณปัจจัย ว่า ขันธ์ ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยวัตถุ คำนั้นท่านหมายเอาเฉพาะวิบาก- ขันธ์ ในปฏิสนธิกาลเท่านั้น, จักขุวิญญาณเป็นต้น ท่านกล่าวไว้เพื่อ แสดงประเภทแห่งธรรมทั้งหลายที่อาศัยอัพยากตะเกิดขึ้น เพราะอารัมมณ-

ปัจจัย. คำว่า วตฺถุํ ปจฺจยา อาศัยวัตถุ พระองค์ตรัสไว้อีกก็เพื่อแสดง

การเกิดขึ้นแห่งวิปากาพยากตะ และกิริยาพยากตะในปวัตติกาล. (ว่า อาศัยวัตถุ) คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแล.

ใน อารัมมณปัจจัย นี้ ท่านวิสัชนาไว้ ๗ ปัญหา เพราะยก สหชาตปัจจัย และปุเรชาตปัจจัยขึ้นเป็นปัจจัย ด้วยประการฉะนี้ ในปัญหา เหล่านั้น ขันธ์ทั้งหลายท่านถือเอาด้วยอำนาจสหชาตะ วัตถุถือเอาด้วย อำนาจสหชาตะ ปุเรชาตะ จักขวายตนะเป็นต้นถือเอาด้วยอำนาจปุเรชาตะ ส่วนในปฏิจจวาระย่อมได้ปัจจัยด้วยอำนาจสหชาตะเท่านั้น เพราะฉะนั้น ในวาระนั้น จึงวิสัชนาไว้ ๓ ปัญหาเท่านั้น.

ใน อธิปติปัจจัย พึงทราบว่าได้แก่วิปากาพยากตะที่เป็นโลกุตตระ

เท่านั้น. อนันตรปัจจัย และ สมนันตรปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย