ติกะเข้าในติกะเท่านั้น แล้วทรงแสดงชื่อติกติกปัฏฐาน ทรงผนวกทุกะ เข้าในทุกะเท่านั้น แล้วทรงแสดงชื่อทุกทุกปัฏฐาน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ว่า
" ในปัจจนียปัฏฐาน มีนัยอันลึกซึ้งยิ่ง ๖ นัย
คือ ติกปัฏฐานอันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด
ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐาน และ
ทุกทุกปัฏฐาน " ดังนี้.
แม้ใน อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน ต่อจากนั้นไป ก็ทรงแสดงนัย ๖ นัย โดยอุบายนี้เหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ตรัสว่า
" ในอนุโลมปัจจนียปัฏฐาน มีนัยอันลึกซึ้งยิ่ง ๖
นัย คือ ติกปัฏฐานอันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด
ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐาน และ
ทุกทุกปัฏฐาน" ดังนี้.
ต่อจากนั้น ใน ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน ก็ทรงแสดงนัย ๖ เหล่านี้
เหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
" ใน ปัจจนียานุโลมปัฏฐาน มีนัยอันลึกซึ้ง ๖
นัย คือ ติกปัฏฐานอันประเสริฐ ทุกปัฏฐานอันสูงสุด
ทุกติกปัฏฐาน ติกทุกปัฏฐาน ติกติกปัฏฐาน และ
ทุกทุกปัฏฐาน " ดังนี้.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า ปัฏฐาน คือ ใน อนุโลมนัยมีปัฏฐาน ๖ ในปัจจนียนัยมีปัฏฐาน ๖ ในอนุโลมปัจจนียนัย