๓. บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งอกุศล เพราะปรารภอกุศลนั้น
ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ และโทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่ออกุศลดับ ไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น.
๔. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยาณ
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
[๔๙๓] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ ๑. พระอรหันต์พิจารณาผลจิต พิจารณานิพพาน.
๒. นิพพาน เป็นปัจจัยแก่ผลจิต และแก่อาวัชชนจิต ด้วย
อำนาจของอารัมมปัจจัย.
๓. พระอรหันต์ย่อมเห็นแจ้งซึ่งจักขุโดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๔. พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รู้จิตของท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยา- กตกิริยา ด้วยเจโตปริยญาณ.
๕. อากาสานัญจายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตน-
กิริยา ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.