ปัฏฐาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๘๕ · หน้า ๔๑๒ · ข้อ 493
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๓. บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งอกุศล เพราะปรารภอกุศลนั้น

ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ และโทมนัส ย่อมเกิดขึ้น เมื่ออกุศลดับ ไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น.

๔. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยาณ

ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.

[๔๙๓] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย อำนาจของอารัมมณปัจจัย

คือ ๑. พระอรหันต์พิจารณาผลจิต พิจารณานิพพาน.

๒. นิพพาน เป็นปัจจัยแก่ผลจิต และแก่อาวัชชนจิต ด้วย

อำนาจของอารัมมปัจจัย.

๓. พระอรหันต์ย่อมเห็นแจ้งซึ่งจักขุโดยความเป็นของไม่เที่ยง

เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

๔. พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ

รู้จิตของท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยา- กตกิริยา ด้วยเจโตปริยญาณ.

๕. อากาสานัญจายตนกิริยา เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตน-

กิริยา ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.