ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่
กุศลที่เป็นอธิบดี เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจ ของอธิปติปัจจัย.
[๔๙๗] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของ อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
๑. บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว ย่อมยินดี
เพลิดเพลินเพราะกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ กุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๒. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลินซึ่งกุศลทั้งหลายที่สั่งสมไว้แล้วในกาล
ก่อน เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำ กุศลนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๓. บุคคลออกจากฌานแล้ว ย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำ
ฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำฌานนั้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
[๔๙๘] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ ของอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณาธิปติ และสหชาติธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่
๑. พระอรหันต์ออกจากมรรค แล้วกระทำมรรคให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา.