อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๒๗๔ · ข้อ 190
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แวดล้อม ประทับนั่งในวันอุโบสถนั้น ทรงตรวจดูภิกษุสงฆ์ผู้นิ่งเงียบ รับสั่งเรียก ภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า

“ภิกษุทั้งหลาย บริษัทนี้เงียบ ปราศจากเสียงสนทนา บริสุทธิ์ ตั้งอยู่ในสาระ๑ ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้เป็นเหมือนบริษัทหาได้ยากแม้เพื่อจะเห็นในโลก ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เป็นเหมือนบริษัทผู้ควรแก่ของที่เขานำมาถวาย ควรแก่ของต้อนรับ ควร แก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เป็นเหมือนบริษัทที่เขาถวายของน้อยก็มีผลมาก ที่เขาถวายของมากก็มี ผลมากยิ่งขึ้น ภิกษุสงฆ์นี้ บริษัทนี้ก็เหมือนบริษัทที่แม้จะต้องเดินทางไปดูเป็น ระยะทางหลายโยชน์ต้องมีเสบียงทางไปด้วยก็ควรไป

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสงฆ์นี้เห็นปานนี้ คือ

ในภิกษุสงฆ์นี้

๑. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดาอยู่๒

๒. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นพรหมอยู่๓

๓. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นอเนญชาอยู่๔

๔. มีภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นอริยะอยู่

ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดา เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไป ภิกษุบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะปีติจาง คลายไป ภิกษุมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌาน ฯลฯ อยู่ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัสและโทมนัสดับไปก่อนแล้ว ภิกษุ บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ อยู่๕ ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นเทวดา เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุทั้งหลายผู้ถึงความเป็นพรหม เป็นอย่างไร