ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๓ · หน้า ๓๓ · ข้อ 386
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะแสดงข้อปฏิบัติของคฤหัสถ์ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า โส อตฺถวา ดังนี้ .

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โส อตฺถวา โส ธมฺมฏฺโ โส ทกฺโข โส วิจกฺขโณ ความว่า บุคคลนั้น เป็นผู้รู้อรรถ คือเป็นผู้มีความรู้ ตั้งอยู่ในธรรม ขยันในธรรม คือฉลาดหรือไม่เกียจคร้านในธรรม มี ปัญญาเครื่องพิจารณาในโลกนี้ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้ฉลาดใน ความเป็นกิจที่จะพึงกระทำ

บทว่า กาเรยฺย รมมาโนปิ กิจฺจํ ธมฺมตฺถสํหิตํ ความว่า แม้ผู้ ยินดีในการครองเรือน ก็พึงการทำกิจที่พึงกระทำนั้นอันประกอบด้วย ธรรมและอรรถ คือไม่ปราศจากธรรมและอรรถ คือพึงทำโภคะที่ยังไม่ เกิดให้เกิดขึ้น พึงกระทำรักษาและใช้สอยโภคะที่เกิดขึ้นแล้ว อธิบายว่า พึงประกอบเนือง ๆ ซึ่งประโยชน์แก่คน สัตว์ และวัตถุทั้ง ๓ หมู่ โดยไม่ โกรธเคืองกันแลกัน (และ) โดยไม่เบียดเบียนกันแลกัน. ก็นัยนี้ ของชน เหล่าใดย่อมเป็นไปด้วยอำนาจประโยชน์ของคนทั้ง ๓ เหล่า โดยไม่ผิด จากสัมมาปฏิบัติ เหมือนดังพระเจ้าพิมพิสารมหาราชเป็นต้น ท่านก็กล่าว ไว้ด้วยอำนาจของชนเหล่านั้น พึงเห็นว่า ท่านไม่กล่าวไว้ด้วยอำนาจคน บางพวก.

บทว่า อโถ สีทติ สญฺุตฺตํ ความว่า ถ้ากำหนดถือเอาประโยชน์ ปัจจุบันซึ่งประกอบดีแล้วในโลกนี้ดำรงอยู่.

บทว่า วชฺเช กิจฺจํ นิรตฺถกํ ความว่า แม้ถ้าว่าพึงสละ คือละกิจ อันประกอบด้วยความฉิบหาย ซึ่งเหินห่างจากประโยชน์ชาติหน้า.

บทว่า น ตํ กิจฺจนฺติ มญฺิตฺวา อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ ความว่า