ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น. เพราะเหตุไร ? เพราะภิกษุโปฏฐิละถูก
สงสารหุ้มห่อไว้ คือถูกอวิชชาอันเป็นเครื่องผูกคือสงสารเป็นต้นหุ้มห่อไว้ จึงเกิดในอบาย แล่นไปสู่ทางเบื้องต่ำ คือทางอันเป็นที่ไปในภายใต้ ชื่อทางคด เพราะเป็นไปตามกิเลสที่เป็นกลลวงและหัวดื้อ คือแล่น ได้ แก่เป็นไปตามมิจฉาชีพ ชื่อว่าเป็นทางคดเพราะเป็นทางผิด.
บทว่า กิมีว มีฬฺหสลฺลิตฺโต ความว่า หมกมุ่นอยู่ คือท่วมทับ อยู่ในสังขารอันเจือด้วยของไม่สะอาดคือกิเลส เหมือนหนอนกินคูถติดอยู่
ด้วยคูถโดยรอบฉะนั้น. บทว่า ปคาฬฺโห ลาภสกฺกาเร ความว่า ติดอยู่
คือหมกอยู่ในลาภและสักการะโดยประการด้วยอำนาจตัณหา. บทว่า ตุจฺโฉ
คจฺฉติ โปฏฺิโล ความว่า ภิกษุโปฏฐิละเป็นผู้เปล่าคือไม่มีสาระ เพราะไม่ มีอธิศีลสิกขาไป คือเป็นไป.
สองคาถาว่า อิมญฺจ ปสฺส เป็นต้น ท่านสรรเสริญท่านพระสารีบุตร กล่าวไว้แล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิมญฺจ ปสฺส ความว่า ท่านเห็นท่าน พระสารีบุตรเถระแล้ว มีจิตเลื่อมใส ร้องเรียกจิตตน. บทว่า สุทสฺสนํ ความว่า เป็นการเห็นดีด้วยความเพียบพร้อมด้วยอเสขธรรมและศีลขันธ์
และด้วยความเพียบพร้อมด้วยสาวกบารมีญาณ. บทว่า วิมุตฺตํ อุภโตภาเค
ความว่า โดยรูปกายแห่งอรูปสมาบัติ โดยนามกายด้วยมรรค อธิบายว่า หลุดพ้นแล้ว ด้วยส่วนแห่งวิกขัมภนวิมุตติและสมุจเฉทวิมุตตินั้นนั่นเอง
ตามสมควร. มีวาจาประกอบความว่า ท่านจงดู ท่านผู้ชื่อว่ามีลูกศรไปปราศ
แล้ว เพราะไม่มีลูกศรคือราคะเป็นต้นโดยประการทั้งปวง. ชื่อว่า ผู้สิ้น
กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ในภพ. ชื่อว่า ผู้ได้วิชชา ๓ เพราะบรรลุวิชชา ๓