ในเวลาที่ท่านพระนิโครธกัปปเถระปรินิพพาน ท่านพระวังคีสะไม่ได้อยู่
พร้อมหน้า. ก็ความรำคาญทางมือเป็นต้นของท่านพระนิโครธกัปปเถระ
นั้น พระวังคีสะนั้นเคยเห็นแล้ว และก็ด้วยอำนาจแห่งวาสนาที่อบรมไว้ ในชาติก่อน ความรำคาญทางมือเป็นต้นเช่นนั้น ย่อมมีแม้แก่พระขีณาสพ ทั้งหลาย เหมือนอย่างท่านพระปิลินทวัจฉะร้องเรียกด้วยวาทะว่า คนถ่อย
ฉะนั้น. ด้วยเหตุนั้น พระวังคีสะเกิดความปริวิตกขึ้นว่า อุปัชฌาย์ของ
เราปรินิพพานหรือไม่หนอ. จึงได้ทูลถามพระศาสดา. ด้วยเหตุนั้น ท่าน
จึงกล่าวว่า พระวังคีสะเมื่อจะทูลถามว่า พระอุปัชฌาย์ปรินิพพาน (หรือ เปล่า) จึงกล่าว (คาถา) ไว้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตฺถารํ ได้แก่ ผู้สั่งสอนเวไนยสัตว์ ทั้งหลายด้วยทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์เป็นต้น.
บทว่า อโนมปญฺํ ความว่า ความลามกเล็กน้อย ท่านเรียกว่า โอมะ ต่ำทราม, ผู้มีปัญญาไม่ต่ำทราม ชื่อว่าอโนมปัญญะ อธิบายว่า ผู้มี ปัญญามาก.
บทว่า ทิฏฺเว ธมฺเม ได้แก่ เห็นประจักษ์ชัด อธิบายว่า ใน อัตภาพนี้ทีเดียว.
บทว่า วิจิกิจฺฉานํ ได้แก่ ผู้ตัดความสงสัย หรือความปริวิตกเห็น ปานนั้น.
บทว่า อลฺคาฬเว ได้แก่ ในวิหารกล่าวคืออัตตาฬวเจดีย์.
บทว่า าโต แปลว่า ปรากฏแล้ว.
บทว่า ยุสสฺสี ได้แก่ ผู้สมบูรณ์ด้วยลาภและสักการะ.
บทว่า อภินิพฺพุตตฺโต ได้แก่ ผู้มีสภาพสงบระงับ คือมีจิตไม่เร่าร้อน.