ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มมร. · เล่ม ๗๔ · หน้า ๖๔๑ · ข้อ 36
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ประการทั้งปวง โดยนัยมีอาทิว่า พระโยคีผู้เป็นอาทิกัมมิกะประสงค์จะ ทำการแสดงฤทธิ์ มีอาทิว่า แม้คนเดียวก็เป็นคนหลายคนได้ และโดยนัย มีอาทิ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คือขันธ์. ฉะนั้นพึงทราบ

โดยนัยดังกล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั้นนั่นแล. ปัญญามาแล้วด้วยอำนาจแห่ง

สาวกโพธิสัตว์ ในภาวนาปัญญานั้นอย่างเดียว. ในที่นี้ด้วยอำนาจแห่งพระ- มหาโพธิสัตว์ พึงกล่าวถึงภาวนาปัญญา ทำความเป็นผู้ฉลาดในอุบาย คือ

กรุณาเป็นเบื้องแรก. พึงตั้งวิปัสสนาไว้ในปฏิปทาญาณทัสนวิสุทธิเท่านั้น

ยังไม่ถึงญาณทัสสนวิสุทธิ นี้เป็นความต่างกัน . พึงทราบลำดับแห่งการปฏิบัติ ปัญญาบารมีในที่นี้ ด้วยประการฉะนี้.

อนึ่ง เพราะพระมหาสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อสัมมาสัมโพธิญาณ พึง เป็นผู้ประกอบความขวนขวายตลอดกาล เพื่อให้บารมีบริบูรณ์ด้วยบำเพ็ญ

เกี่ยวเนื่องกันไป. ฉะนั้นตลอดเวลาพระมหาสัตว์พิจารณาทุก ๆ วันว่า วันนี้

เราจะสะสม บุญสมภาร หรือญาณสมภารอะไรหนอ. หรือว่า เราจะทำ ประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างไรดี พึงทำความอุตสาหะเพื่อประโยชน์แก่สัตว์. พระโยคาวจรมีจิตไม่คำนึงถึงกายและชีวิต พึงสละวัตถุอันเป็นที่หวงแหน ของตน เพื่อช่วยสัตว์แม้ทั้งปวง. กระทำกรรมอย่างไรอย่างหนึ่งด้วยกาย

หรือวาจา. พึงทำกรรมนั้นทั้งหมดด้วยใจน้อมไปในสัมโพธิญาณเท่านั้น. พึง

มีจิตพ้นจากกามทั้งหลายทั้งที่ยิ่งและยอด. พระโยคาวจร พึงเข้าไปตั้งความ

เป็นผู้ฉลาดในอุบายแล้วพึงปฏิบัติในบารมีทั้งปวงที่ควรกระทำ.