ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๐ · หน้า ๓๗๘ · ข้อ 115
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ของพระโคดม คือ จากศาสนาของพระพุทธเจ้า จากศาสนาของพระชินเจ้า จาก ศาสนาของพระตถาคต จากศาสนาของพระอรหันต์ รวมความว่า ธรรมเหล่านี้ ... ย่อมไม่หายไปจากศาสนาของพระโคดม

คำว่า สู่ทิศใด ๆ ในคำว่า พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ เสด็จไปสู่ทิศใด ๆ อธิบายว่า เสด็จไป ดำเนินไป มุ่งไป มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ หรือทิศเหนือก็ตาม

คำว่า ผู้มีพระปัญญาดุจภูริ อธิบายว่า ผู้มีพระปัญญาดุจภูริ คือ มีพระ ปัญญามาก มีพระปัญญาเฉียบคม มีพระปัญญากว้างขวาง มีพระปัญญาอาจหาญ มีพระปัญญาฉับไว มีพระปัญญาเพิกถอนกิเลส

แผ่นดิน เรียกว่า ภูริ

พระผู้มีพระภาคทรงประกอบด้วยปัญญานั้นกว้างขวาง แผ่ไปเสมอด้วย แผ่นดินนั้น รวมความว่า พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ เสด็จไปสู่ทิศใด ๆ

คำว่า อาตมภาพเป็นผู้น้อมไปทางทิศนั้น ๆ นั่นแล อธิบายว่า พระพุทธ- เจ้าประทับอยู่ ณ ทิศใด อาตมภาพก็น้อมไปทางทิศนั้น เอนไป โอนไป โน้มไป น้อมใจไปในทิศนั้น มีทิศนั้นเป็นใหญ่ รวมความว่า อาตมภาพเป็นผู้น้อมไปทาง ทิศนั้น ๆ นั่นแล ด้วยเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า

ธรรมเหล่านี้ คือ สัทธา ปีติ มนะ และสติ

ย่อมไม่หายไปจากศาสนาของพระโคดมพุทธเจ้า

พระโคดมผู้มีพระปัญญาดุจภูริ เสด็จไปสู่ทิศใด ๆ

อาตมภาพเป็นผู้น้อมไปทางทิศนั้น ๆ นั่นแล

[๑๑๕] (พระปิงคิยเถระกล่าวว่า)

อาตมภาพชราแล้ว มีกำลังและเรี่ยวแรงน้อย

เพราะเหตุนั้นแล ร่างกายจึงไปในสถานที่