ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๐ · หน้า ๓๘๗ · ข้อ 119
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สามัญญผล ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ อภิญญา ๖ บุคคลนั้นรู้เหตุ รู้ผล รู้นิรุตติ (ภาษา) เมื่อรู้เหตุ เหตุย่อมแจ่มแจ้ง เมื่อรู้ผล ผลย่อมแจ่มแจ้ง เมื่อรู้นิรุตติ นิรุตติย่อม แจ่มแจ้ง ญาณในเหตุ ผล และนิรุตติทั้ง ๓ เหล่านี้ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา

พระผู้มีพระภาคทรงประกอบ ประกอบพร้อม ดำเนินไป ดำเนินไปพร้อม เป็นไป เป็นไปพร้อม เพียบพร้อมด้วยปฏิภาณปฏิสัมภิทานี้ ฉะนั้น พระพุทธเจ้า ชื่อว่าทรงมีปฏิภาณ ผู้ใดไม่มีปริยัติ ไม่มีปริปุจฉา ไม่มีอธิคม ญาณอะไรเล่าจัก แจ่มแจ้งแก่เขาได้ รวมความว่า ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงจิต ทรงมีปฏิภาณ ด้วยเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกราบทูลว่า

ข้าพระองค์นี้ฟังพระดำรัสของพระมุนีแล้ว

เลื่อมใสอย่างยิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงมีเครื่องปิดบังอันเปิดแล้ว

ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงจิต ทรงมีปฏิภาณ

[๑๑๙] (พระปิงคิยเถระกราบทูลว่า)

พระผู้มีพระภาคทรงรู้ชัดอธิเทพ

ทรงรู้ธรรมของพระองค์และของคนอื่นทั้งปวง

เป็นพระศาสดาผู้กระทำส่วนสุดแห่งปัญหาทั้งหลาย

เพื่อเหล่าชนผู้มีความสงสัย ให้กลับรู้ได้ (๑๘)

ว่าด้วยเทพ ๓

คำว่า ทรงรู้ชัดอธิเทพ อธิบายว่า

คำว่า เทพ ได้แก่ เทพ ๓ จำพวก คือ

๑. สมมติเทพ ๒. อุบัติเทพ