สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๓๔ · ข้อ 198
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ข้าพเจ้ายิ่งนัก ท่านภารทวาชะ แต่ว่า ในสมัยใดแล ข้าพเจ้ามีกายอัน รักษาแล้ว มีวาจาอันรักษาแล้ว มีจิตอันรักษาแล้ว มีสติอันตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์ทั้งหลายอันสำรวมแล้ว เข้าไปสู่ฝ่ายใน ในสมัยนั้น ธรรม คือ ความโลภทั้งหลายไม่ครอบงำข้าพเจ้า ท่านภารทวาชะ ภาษิตของท่าน ไพเราะนัก ท่านภารทวาชะ ภาษิตของท่านเพเราะนัก ท่านภารทวาชะ ประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของ ที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจะเห็นรูปได้ ฉะนั้น ท่านภารทวาชะ ข้าพเจ้าขอถึง พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าพระองค์นั้นกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ขอท่าน ภารทวาชะจงจำข้าพเจ้าว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนตลอด ชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเถิด.

จบ ภารทวาชสูตรที่ ๔

อรรถกถาภารทวาชสูตรที่ ๔

ในภารทวาชสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ภิกษุนั้น ชื่อว่า ปิณโฑละ เพราะบวชเสาะแสวงหาก้อนข้าว. ได้ยินว่า ท่านเป็นพราหมณ์ผู้สิ้นเนื้อประดาตัว. ทีนั้นเขาเห็นลาภและ สักการะของภิกษุสงฆ์ จึงออกบวชเพื่อต้องกาวก้อนข้าว. ท่านถือเอา

บาตรภาชนะขนาดใหญ่เที่ยวขอเขาไป. เพราะเหตุนั้น ท่านดื่มข้าวยาคู

เต็มภาชนะ เคี้ยวกินขนมเต็มภาชนะ บริโภคข้าวเต็มภาชนะ. ลำดับนั้น

หัวข้อ (สรุปโดย AI) ภารทวาชสูตร: พระเจ้าอุเทนถามพระบิณโฑลภารทวาชะเหตุที่ภิกษุหนุ่มประพฤติพรหมจรรย์บริสุทธิ์ได้นาน
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า