เพื่อประโยชน์จะทำเป็นไม้กลอนเป็นต้น. บทว่า น อมนุสฺสคฺคาโห
คเหสฺสติ ความว่า อมนุษย์ทั้งหลายสำคัญว่า ไม้แก่นจันทน์นี้มีค่ามาก พวกเราจักพักไว้ทางประตูวิมาน แต่ก็ไม่ถือเอา.
ในคำว่า เอวเมวโข นี้ พึงทราบการเทียบเคียงข้ออุปมา พร้อมกับ ทั้งโทษภายนอก ๘ ประการอย่างนี้. จริงอยู่ บุคคลผู้ประกอบด้วยมิจฉา- ทิฏฐิ มีอาทิว่าทานที่บุคคลให้แล้วย่อมไม่มีผล พึงทราบเหมือนท่อนไม้ เกิดที่พื้นภูเขา ไกลแม่น้ำคงคา ถูกปลวกเป็นต้นกัดกิน ถึงความหา
บัญญัติมิได้ในที่นั้นนั่นแล. จริงอยู่ บุคคลนี้ ลงสู่อริยมรรค นั่งบนทุ่น
คือสมาธิ ก็ไม่อาจไปถึงสาครคือพระนิพพาน เพราะไกลพระศาสนา.
บุคคลผู้เป็นสมณกุฎุมพี ยังตัดความผูกพันทางคฤหัสถ์ไม่ขาด พึงเห็นเหมือนต้นไม้ ที่มีรากอยู่ภายนอก มีกิ่งอยู่ภายใน เกิดที่ริมฝั่ง
แม่น้ำคงคา. จริงอยู่ บุคคลนี้ คิดว่า ธรรมดาจิตนี้ไม่ต่อเนื่องกัน เมื่อ
กล่าวว่า เราเป็นสมณะ แต่ก็เป็นคฤหัสถ์ เมื่อกล่าวว่า เราเป็นคฤหัสถ์ แต่ก็เป็นสมณะ ใครจักรู้ว่า เราจะเป็นอย่างไร แม้เมื่อบวชในเวลาแก่
ก็ไม่สละความเกี่ยวพันทางคฤหัสถ์. และชื่อว่า สมบัติของผู้บวชในเวลาแก่
ย่อมไม่มี. ถ้าจีวรมาถึงเธอไซร้ ก็ถึงแต่จีวรขาด ๆ จีวรเก่า ๆ หรือจีวรซีด ๆ
แม้เสนาสนะเล่า ไม่ว่า บรรณศาลา หรือมณฑป ก็มาถึงแต่ที่อยู่ชายวิหาร. แม้เมื่อเที่ยวไปบิณฑบาต ก็เที่ยวไปข้างหลังเด็ก ๆ ผู้เป็นลูกและหลาน นั่งในที่ท้าย ๆ ด้วยเหตุนั้น เธอจึงเป็นทุกข์ เสียใจ หลังน้ำตา คิดว่า ทรัพย์อันเป็นของตระกูลของเรามีอยู่ ควรไหมหนอ ที่เราใช้ทรัพย์นั้น เลี้ยงชีวิต จึงถามพระวินัยธรรูปหนึ่งว่า ท่านอาจารย์ การพิจารณาสิ่งของ