ธาตุและอายตนะ ว่า ขันธ์ ธาตุและอายตนะเป็นของเรา บุคคลรู้ไม่สำคัญ อยู่อย่างนี้ ย่อมไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่น ย่อมไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมดับสนิทได้เฉพาะตนทีเดียว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำ เสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็น อย่างนี้มิได้มี ดังนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันนี้แล คือ ข้อปฏิบัติอันเป็น ที่สบายแก่การเพิกถอนซึ่งความสำคัญสิ่งทั้งปวงด้วยตัณหามานะและทิฏฐิ.
จบ ปฐมสัปปายสูตรที่ ๙
อรรถกถาปฐมสัปปายสูตรที่ ๙
ในสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สมุคฺฆาตสปฺปายา ได้แก่ เป็นอุปการะแก่การเพิกถอน. บทว่า ตโต ตํ โหติ อญฺถา ความว่า สิ่งนั้นย่อมเป็นโดยอาการอื่น
จากที่สำคัญนั้น. บทว่า อญฺถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมว
อภินนฺทติ ความว่า สัตว์แม้มีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ด้วยการ เข้าถึงความเป็นอย่างอื่น คือความเปลี่ยนแปลงก็ยังติด คือข้อง คือกังวล อยู่ในภพ สัตว์โลกนี้จึงชื่อว่าย่อมเพลิดเพลินเฉพาะภพเท่านั้น. บทว่า ยาวตา ภิกฺขเว ขนฺธธาตุอายตนํ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนั้น ย่อมไม่สำคัญแม้ขันธ์ธาตุและอายตนะนี้มีประมาณเท่าใดว่า ขันธ์ทั้งหลาย ธาตุทั้งหลาย และอายตนะ ดังนี้. ด้วยบทว่า ตมฺปิ น มญฺติ ทรงชัก
เอาข้อที่บุคคลถือเอาในหนหลังนั่นแลมาแสดงอีก. ในพระสูตรนี้ ตรัส
วิปัสสนาให้บรรลุพระอรหัตในฐานะ ๑๔๘.