ภิกษุใดยังตัณหาให้เหือดแห้งไปทีละ
น้อย ๆ แล้วตัดเสียให้ขาดโดยไม่เหลือ ภิกษุ
นั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้
เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น.
ภิกษุใดถอนมานะพร้อมทั้งอนุสัย
ไม่มีส่วนเหลือ เหมือนห้วงน้ำใหญ่ถอน-
สะพานไม้อ้อที่ทุรพลฉะนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า
ย่อมละฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงู
ละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น.
ภิกษุใดค้นคว้าอยู่ (ด้วยปัญญา) ไม่
ประสบอัตภาพอันเป็นสาระในภพทั้งหลาย
เหมือนพราหมณ์ค้นคว้าอยู่ ไม่ประสบดอก
ที่ต้นมะเดื่อฉะนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละซึ่ง
ฝั่งในและฝั่งนอกเสียได้ เหมือนงูละคราบ
เก่าที่คร่ำคร่าแล้วฉะนั้น.
กิเลสเป็นเครื่องให้กำเริบ ย่อมไม่มี
ภายในจิตของภิกษุใด และภิกษุใดล่วงเสีย
ได้แล้ว ซึ่งความเจริญและความเสื่อมอย่างนี้
ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมละซึ่งฝั่งในและฝั่งนอก
เสียได้ เหมือนงูละคราบเก่าที่คร่ำคร่าแล้ว
ฉะนั้น.