ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๖ · หน้า ๖๗ · ข้อ 295
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

รั่วรดเรือน คือจิตที่ปกปิดไว้นั้นของผู้นั้น เพราะเรือนนั้นเป็นที่เกิดของ กิเลสมีราคะเป็นต้น ในอารมณ์ทั้งหลายมีอิฏฐารมณ์เป็นต้น หรือผู้ใดเมื่อ กิเลสเกิดขึ้นแล้ว ย่อมอดกลั้นไว้.

ฝน คือกิเลสก็ย่อมรั่วรดกระท่อม คืออัตภาพของภิกษุนั่นเอง ที่ ปกปิดไว้ด้วยหลังคา คือกิเลสอันตนอดกลั้นเอาไว้ บ่อย ๆ. การที่หลังคา คือ กิเลส อันผู้ใดกำจัดเปิดออกแล้ว ด้วยลม คืออรหัตมรรคญาณ ฝน คือ กิเลสก็ย่อมไม่รั่วรดเรือน คือจิตของผู้นั้น เพราะฉะนั้น เนื้อความนี้ พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประสงค์เอาแล้วในที่นี้.

ด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำจัดเครื่องปกปิด (หลังคา) ตามที่ กล่าวแล้ว โดยนัยตามที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า " กระท่อมมีหลังคาอันเปิดแล้ว."

บทว่า นิพฺพุโต คือเข้าไปสงบแล้ว ด้วยว่า สรีระทั้งหมดนี้ร้อน แล้วด้วยไฟ ๑๑ กองใด ไฟ ๑๑ กองนั้นชื่อว่า คินิ. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ (ในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค) ว่า " ร้อนแล้วด้วยไฟ คือราคะ เป็นต้น " เพราะฉะนั้น พึงตรวจดูความพิสดาร จากพระสูตรข้างต้นนั้น ไฟนั้นของพระผู้มีพระภาคเจ้าดับสนิทแล้วที่ควงแห่งต้นโพธิ์นั่นแล ด้วยน้ำ

คืออริยมรรค. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า " ไฟดับแล้ว ".

ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่อย่างนี้ ชื่อว่าทรงตักเตือน คือโอวาท สั่งสอนนายธนิยะ ผู้ยินดีอยู่ด้วยสิ่งอันไม่ควรยินดี โดยทรงยกเอาสิ่งอื่นมา แสดงอ้างนั่นเทียว คืออย่างไร ? คือ เพราะว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัส