ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๖ · หน้า ๓๗๒ · ข้อ 308
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กรณียมตฺถกุสเลน ด้วยเทศนาอันมี บุคคลเดียวเป็นที่ตั้ง ทรงหมายถึงภิกษุเหล่านั้น ต่อแต่นั้น จึงตรัสว่า ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ แก่ภิกษุเหล่านั้น ผู้เกิดความสงสัยว่า ประโยชน์ จะพึงทำเป็นอย่างไร อธิบายดังนี้ บทใดอันกุลบุตรผู้ต้องการเพื่อจะอยู่บรรลุ บท คือ พระนิพพานอันสงบ ด้วยการแทงตลอด ควรกระทำ บทนั้นอัน พระพุทธเจ้าและพระอนุพุทธะทั้งหลายพรรณนาไว้แล้ว.

ก็ในคาถานี้ บทที่กล่าวแล้วแต่ต้นแห่งคาถาบทนี้ว่า ยํ ย่อมคล้อยตาม อธิการว่า กรณียํ. บทว่า ตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ พึงทราบว่า ก็ เนื้อความนี้มีบาลีที่เหลือ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า วิหริตุกาเมน.

อนึ่ง ในบทว่า สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ นี้ พึงทราบอธิบายอย่างนี้ว่า กุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์ รู้บทนิพพานว่า สงบ ด้วยโลกิยปัญญา ด้วย อำนาจแห่งการฟังเป็นต้น เป็นผู้ใคร่เพื่อจะบรรลุบทนิพพานนั้น พึงกระทำ กิจที่คล้อยตามอธิการว่า พึงกระทำ.

อนึ่ง เมื่อตรัสว่า กรณียมตฺถกุสเลน จึงตรัสว่า ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ แก่ภิกษุทั้งหลายผู้คิดอยู่ว่าอะไร ? ผู้ศึกษาพึงทราบอธิบายบท นั้นว่า กุลบุตรตรัสรู้บทอันสงบด้วยโลกิยปัญญา พึงกระทำประโยชน์ที่ควร กระทำ มีอธิบายว่า ประโยชน์นั้นควรทำนั่นเทียว.

ถามว่า ก็ประโยชน์นั้นคืออะไร ตอบว่า นอกจากอุบายเป็นเครื่อง บรรลุสันตบทนั้น จะพึงมีประโยชน์อื่นอะไรเล่า ก็สันตบทนั้น ได้กล่าวแล้ว ด้วยบทต้นอันแสดงถึงไตรสิกขา ซึ่งมีอรรถว่าสมควรแก่การกระทำ แม้ก็จริง