ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๖ · หน้า ๒๘๗ · ข้อ 301
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อภิกฺกนฺตํ ได้แก่ น่าใคร่นัก น่าปรารถนา นัก น่าพอใจนัก. มีอธิบายว่า ดีอย่างยิ่ง. ในการชมเชยนี้ พราหมณ์ชมเชย เทศนา ด้วยอภิกกันตศัพท์หนึ่ง ชมเชยความเลื่อมใสของตน ด้วยอภิกกันต-

ศัพท์หนึ่ง. ก็อธิบายในอภิกกันตศัพท์นั่นดังนี้ ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิต

ของพระองค์ คือ พระธรรมเทศนาของพระโคดมผู้เจริญแจ่มแจ้งนัก ภาษิต ของพระองค์ คือ ความเลื่อมใสของข้าพระองค์ เพราะอาศัยพระธรรมเทศนา ของพระโคดมผู้เจริญแจ่มแจ้งนัก หรือ ชมเชยพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค- เจ้านั่นแล หมายถึงประโยชน์อย่างละ ๒ อย่างคือ พระดำรัสของพระโคดม ผู้เจริญแจ่มแจ้งนัก เพราะยังโทสะให้พินาศ แจ่มแจ้งนักเพราะบรรลุคุณ อนึ่ง ผู้ศึกษาพึงประกอบด้วยบททั้งหลายอย่างนี้ว่า เพราะให้เกิดศรัทธา เพราะให้ เกิดปัญญา, เพราะมีอรรถ เพราะมีพยัญชนะ, เพราะบทตื้น เพราะอรรถลึก, เพราะไพเราะหู เพราะถึงใจ, เพราะไม่ยกตน เพราะไม่ข่มผู้อื่น, เพราะเย็น ด้วยศีล เพราะผ่องแผ้วด้วยปัญญา เพราะในทางอันพึงรื่นรมย์ เพราะกำจัด ความมัวเมา, เพราะนอนเป็นสุข เพราะประโยชน์เกื้อกูลที่ต้องพิจารณา, เป็นต้น แม้นอกนี้จากนั้น ชมเชยเทศนาเท่านั้นด้วยอุปมา ๔ ข้อ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิกฺกุชฺชิตํ ความว่า ของที่วางคว่ำปาก หรือ มีปากคว่ำ. บทว่า อุกฺกุชฺเชยฺย ได้แก่ กระทำปากขึ้น. บทว่า ปฏิจฺฉนฺนํ ได้แก่ อันวัตถุทั้งหลายมีหญ้าเป็นต้นปกปิดแล้ว. บทว่า วิวเรยฺย ได้แก่ เปิดขึ้น. บทว่า มูฬฺหสฺส ได้แก่ ผู้หลงทิศ. บทว่า มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย ความว่า จับเขาที่แขนแล้ว พึงบอกว่า นั่นทาง. บทว่า อนฺธกาเร ได้แก่