แล้วทั้งนั้น ฉะนั้น พระเถระกล่าวซ้ำว่า จตฺตาริ ๔ จึงทูลตอบว่า อริสจฺจานิ
อริยสัจทั้งหลาย. ในคำนั้นศัพท์ว่า จตฺตาริ ๔ เป็นการกำหนดด้วยจำนวน.
บทว่า อริยสจฺจานิ ได้แก่ สัจจะที่เป็นอริยะ อธิบายว่า ไม่ผิดไม่คลาด เคลื่อน เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ เหล่านี้แล เป็น
ของแท้ ไม่ผิด ไม่แปรเป็นอื่น เพราะฉะนั้น ท่าน
จึงเรียกว่า อริยสัจ.
อีกอย่างหนึ่ง เพราะเหตุใดท่านอธิบายไว้ว่า เพราะเป็นสัจจะอันโลก ทั้งเทวโลกพึงดำเนิน พึงบรรลุ. เพราะดำเนินไปในทางเจริญที่เข้าใจกันว่า ฐานที่ควรพยายามบ้าง เพราะไม่ดำเนินไปในทางไม่เจริญบ้าง พระพุทธเจ้า พรูปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธสาวกทั้งหลาย ที่รับรู้กันว่าเป็นพระอริยะ เพราะประกอบพร้อมด้วยอริยธรรม คือโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ย่อม แทงตลอดอริยสัจเหล่านี้ แม้เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า อริยสัจ เหมือน อย่างที่ตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ เหล่านี้ ฯลฯ
อริยสัจ ๔ เหล่านี้แล พระอริยะทั้งหลาอยู่อมแทงตลอด
อริยสัจ ๔ เหล่านี้ เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าอริยสัจ.
อีกนัยหนึ่ง ชื่อว่าอริยสัจ เพราะเป็นสัจจะของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นอริยะ เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเป็นอริยะในโลกทั้ง
เทวโลก ฯลฯ ทั้งเทวดาและมนุษย์ เพราะฉะนั้น จึง