ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๓๙ · หน้า ๒๔๐ · ข้อ 7
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

จริงอยู่รัตนะเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นเป็นอันมาก ในกัปเดียวเท่านั้น แต่เพราะ เหตุที่โลกต้องว่างเปล่าจากพระตถาคตนับเป็นอสงไขยกัป ฉะนั้น พระตถาคต เท่านั้นชื่อว่าเห็นได้ยาก เพราะเกิดขึ้นบางครั้งบางคราว. สมจริงดังที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในสมัยปรินิพพาน* ดังนี้ว่า

ดูก่อนอานนท์ เทวดาทั้งทลายกล่าวโทษว่า พวก

เราพากันมาแต่ไกล หมายจะเฝ้าพระตถาคต เพราะ

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติในโลก

ในกาลบางครั้งบางคราว วันนี้นี่แหละ ยามท้ายแห่ง

ราตรี พระตถาคตก็จักเสด็จปรินิพพาน แต่ภิกษุผู้มี

ศักดิ์มากรูปนี้ ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค

เจ้ากีดขวางอยู่ พวกเราไม่ได้โอกาสจะเฝ้าพระตถาคต

รัตนะที่เสมอด้วยพระตถาคต แม้เพราะอรรถว่าเห็นได้ยากย่อมไม่มี ด้วยประการฉะนี้

ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแม้นั้นได้ชื่อว่ารัตนะ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่อง บริโภคใช้สอยของสัตว์ผู้ไม่ต่ำทราม ก็เหมือนกัน. ทรัพย์เครื่องปลื้มใจนั้น คืออะไร คือรัตนะเป็นต้นของพระเจ้าจักรพรรดิ. จริงอยู่ รัตนะนั้น ไม่ใช่บังเกิด เพื่อเป็นเครื่องบริโภค แม้ด้วยความฝัน ของบุรุษต่ำทราม ผู้มีตระกูลต่ำ เช่นคนจัณฑาล ช่างจักสาน พราน ช่างรถ และ คนเทขยะ เป็นต้น ซึ่งมีทรัพย์ตั้งแสนโกฏิก็ดี อยู่บนมหาปราสาท ๗ ชั้นก็ดี แต่เป็น เครื่องบริโภคของสัตว์ผู้ไม่ต่ำทราม เพราะบังเกิดเพื่อเป็นเครื่องบริโภคของ พระราชามหากษัตริย์ ผู้เป็นอุภโตสุชาติ บำเพ็ญจักรวรรดิวัตร ๑๐ ประการ บริบูรณ์ แม้รัตนะนั้น ที่เสมอกับพุทธรัตนะ ไม่มีเลย. ก็หากว่าทรัพย์เครื่อง ๑ ที่. มหา. ๑๐/ข้อ ๑๓๐