มาประกอบใน ๕ สิกขาบทหลัง. ในข้อนี้ ประกอบความดังนี้. เหมือนอย่างว่า
เมื่อว่าโดยอารมณ์ในสิกขาบทก่อน ๆ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีสังขารมีรูปายตนะเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ฉันใด ในที่นี้ วิกาล โภชนะก็ฉันนั้น พึงทราบความต่างกัน แห่งอารมณ์ของ ๕ สิกขาบทหลัง ทุกสิกขาบท โดยนัยนี้.
แต่เมื่อว่าโดยสมาทาน ๕ สิกขาบทต้น ที่สามเณรหรืออุบาสก สมาทาน ย่อมเป็นอันสมาทานแล้วฉันใด ๕ สิกขาบทหลังนี้ ก็ฉันนั้น. แม้ เมื่อว่าโดยองค์ ความต่างกันแห่งองค์ของ ๕ สิกขาบทต้นมีปาณาติบาตเป็นต้น กล่าวไว้แล้วในที่นั้น ฉันใด แม้ในที่นี้ก็ฉันนั้น .
วิกาลโภชนะมีองค์ ๔ คือ ๑. วิกาล ๒. ของเป็นยาวกาลิกะ
๓. การกลืนกิน ๔. ความไม่เป็นคนบ้า พึงทราบความต่างกันแห่งองค์ของ
สิกขาบทแม้นอกนั้น โดยทำนองนี้.
อนึ่ง เมื่อว่าโดยสมุฏฐานในที่นั้น สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มี ๒ สมุฏฐาน คือ กาย และกายจิต ฉันใด ในที่นี้ วิกาลโภชนะก็ฉันนั้น พึงทราบสมุฏฐานของสิกขาบททุกสิกขาบท โดยนัยดังนี้.
อนึ่งเมื่อว่าโดยเวทนา ในที่นั้น อทินนาทาน ประกอบด้วยเวทนา ๓ อย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันใด ในที่นี้ วิกาลโภชนะก็ฉันนั้น พึงทราบการ ประกอบพร้อมด้วยเวทนา ของสิกขาบททุกสิกขาบท โดยนัยนี้.
อนึ่ง ในที่นั้น อพรหมจริยะ มีโลภะและโมหะเป็นมูล ฉันใด แม้ ในที่นี้ วิกาลโภชนะ และอีก ๒ สิกขาบท ก็ฉันนั้น พึงทราบความต่างกัน แห่งมูล ของสิกขาบททุกสิกขาบท โดยนัยนี้
อนึ่ง ในที่นั้น ปาณาติบาตเป็นต้น เป็นกายกรรม ฉันใด แม้ใน ที่นี้ วิกาลโภชนะเป็นต้น ก็ฉันนั้น.