ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๘ · หน้า ๒๑๐ · ข้อ 164 165 166 167 168 169 170
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๖๔] เมื่อไร เราจึงจักละบัลลังก์ทอง

ที่ลาดด้วยพรมขนสัตว์อันวิจิตร ออกบวชได้

การละบัลลังก์ทองเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ

[๑๖๕] เมื่อไร เราจักละบัลลังก์แก้วมณี

ที่ลาดด้วยพรมขนสัตว์อันวิจิตร ออกบวชได้

การละบัลลังก์แก้วมณีเห็นปานนี้ออกบวชนั้น

จักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ

[๑๖๖] เมื่อไร เราจักละผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าป่าน

และผ้าขนสัตว์อย่างละเอียด ออกบวชได้

การละผ้าเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ

[๑๖๗] เมื่อไร เราจักละสระโบกขรณีอันรื่นรมย์

มีนกจักรพากส่งเสียงร่ำร้องอยู่

ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ดอกปทุม

และดอกอุบล ออกบวชได้

การละสระโบกขรณีเห็นปานนี้ออกบวชนั้น

จักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ

[๑๖๘] เมื่อไร เราจักละกองช้างพลาย

ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ

มีสายรัดทองคำ มีเครื่องปกกระพองและข่ายทองคำ

[๑๖๙] มีนายควาญช้างถือโตมรและขอขึ้นขี่ประจำ ออกบวชได้

การละกองช้างเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ

[๑๗๐] เมื่อไร กองม้าสินธพชาติอาชาไนย๑

ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ เป็นพาหนะเร็ว