[๑๖๔] เมื่อไร เราจึงจักละบัลลังก์ทอง
ที่ลาดด้วยพรมขนสัตว์อันวิจิตร ออกบวชได้
การละบัลลังก์ทองเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ
[๑๖๕] เมื่อไร เราจักละบัลลังก์แก้วมณี
ที่ลาดด้วยพรมขนสัตว์อันวิจิตร ออกบวชได้
การละบัลลังก์แก้วมณีเห็นปานนี้ออกบวชนั้น
จักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ
[๑๖๖] เมื่อไร เราจักละผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าป่าน
และผ้าขนสัตว์อย่างละเอียด ออกบวชได้
การละผ้าเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ
[๑๖๗] เมื่อไร เราจักละสระโบกขรณีอันรื่นรมย์
มีนกจักรพากส่งเสียงร่ำร้องอยู่
ดารดาษไปด้วยดอกมณฑาลก ดอกปทุม
และดอกอุบล ออกบวชได้
การละสระโบกขรณีเห็นปานนี้ออกบวชนั้น
จักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ
[๑๖๘] เมื่อไร เราจักละกองช้างพลาย
ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ
มีสายรัดทองคำ มีเครื่องปกกระพองและข่ายทองคำ
[๑๖๙] มีนายควาญช้างถือโตมรและขอขึ้นขี่ประจำ ออกบวชได้
การละกองช้างเห็นปานนี้ออกบวชนั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ
[๑๗๐] เมื่อไร กองม้าสินธพชาติอาชาไนย๑
ที่ประดับด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ เป็นพาหนะเร็ว