(ชูชกกราบทูลว่า)
{๑๑๖๖} [๒๑๐๙] ข้าแต่พระราชบุตร ขอพระองค์โปรดทรงฟังข้าพระองค์ก่อน
ข้าพระองค์กลัวการที่จะถูกหาว่าฉกชิงเอาไป
พระเจ้ากรุงสญชัยมหาราชจะพึงลงพระราชอาญาข้าพระองค์
คือ จะทรงปรับสินไหมหรือให้ประหารชีวิต
ข้าพระองค์จะขาดทั้งทรัพย์และทาส
และจะถูกนางพราหมณีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ติเตียนได้
(พระเวสสันดรตรัสว่า)
{๑๑๖๗} [๒๑๑๐] พระมหาราชทรงตั้งอยู่ในธรรม ทรงเป็นผู้ผดุงรัฐ
ให้เจริญแก่ชาวกรุงสีพี ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารเหล่านี้
ผู้มีพระสุระเสียงไพเราะ ตรัสพระวาจาน่ารัก
ได้ปีติและโสมนัสแล้วจักพระราชทานทรัพย์แก่ท่านเป็นอันมาก
(ชูชกกราบทูลว่า)
{๑๑๖๘} [๒๑๑๑] ข้าพระองค์จักทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงพร่ำสอนคงไม่ได้
จักนำทารกทั้งหลายไปเป็นทาสรับใช้
ของนางพราหมณีเท่านั้น
(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า) {๑๑๖๙} [๒๑๑๒] ลำดับนั้น พระกุมารทั้ง ๒
คือ พระชาลีและพระกัณหาชินา ได้สดับคำของชูชกผู้หยาบช้า
ตกพระทัยจึงพากันเสด็จวิ่งหนีไปจากที่นั้น
(พระเวสสันดรตรัสเรียก ๒ กุมารว่า)
{๑๑๗๐} [๒๑๑๓] ชาลีลูกรัก มานี่เถิด
เจ้าทั้ง ๒ จงช่วยกันบำเพ็ญบารมีของพ่อให้เต็มเถิด
จงช่วยกันโสรจสรงหทัยของพ่อให้เยือกเย็นเถิด