ทั้งหมดประชุมกันที่อุปัฏฐานศาลา. ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงให้ภิกษุที่อาศัยกรุงเวสาลีอยู่ทั้งหมดประชุมกันแล้วที่ อุปัฏฐานศาลาแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมยืน ณ ที่สมควร
ส่วนข้างหนึ่ง. ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุสงฆ์ประชุมพร้อม
กันแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด.
อภิญญาเทสิตธรรกถา
[๑๐๗] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จไปยังอุปัฏฐานศาลา
ประทับนั่งบนอาสนะที่จัดถวาย. ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ธรรมเหล่าใดที่เราแสดงแล้วเพื่อความรู้ยิ่ง ธรรมเหล่านั้นพวกเธอเรียนแล้ว พึงส้องเสพ พึงเจริญ พึงกระทำให้มากด้วยดี โดยที่พรหมจรรย์นี้ พึงยั่งยืน พึงดำรงอยู่ได้นาน เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุ เคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลายธรรม ที่เราแสดงแล้วเพื่อความรู้ยิ่งเป็นไฉน. . . คือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพซฌงค์ ๗ อริยมรรค มีองค์ ๘. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้ที่เราแสดงแล้วเพื่อความรู้ยิ่งแก่
พวกเธอ. . . ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนภิกษุทั้งหลายว่า ภิกษุทั้ง
หลาย บัดนี้เราขอเตือนพวกเธอ สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมเป็นธรรมดา ขอ
ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด. ไม่ช้าตถาคตจักปรินิพพาน
จากนี้ล่วงไปสามเดือนตถาคตจักปรินิพพาน. พระผู้มีพระภาคเจ้าสุคตศาสดา
ครั้นตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า
[๑๐๘] คนเหล่าใด ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ทั้งพาล ทั้ง